11 พฤษภาคม 2558
"ถั่วลิสงเป็นพืชมหัศจรรย์ เห็นหน้ากันก็ตอนเก็บเกี่ยว"
02:13 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
การปลูกถั่วลิสงผมบอกได้เลยครับ ว่าย๊ากยาก "ถั่วลิสงเป็นพืชมหัศจรรย์ เห็นหน้ากันก็ตอนเก็บเกี่ยว" ปลูกไปเถอะครับ ไม่มีวิธีการตายตัว รึวิธีการที่จะทำให้ผลผลิตในแต่ละต้นได้เท่า ๆ กัน แต่วิธีการที่เหมาะสมและมีผลผลิตที่ดีก็พอมีตามหนังสือวิชาการต่าง ๆ
ผมเองถือว่าอยูในแปลงถั่วลิสงในแถบอิสานมาครบ 1 รอบพอดีสำหรับปีนี้ ผมพยายามหาคำตอบและพยายามเลียนแบบฝรั่ง คิดต่าง คิดแปลก คิดๆๆๆๆๆ เพื่อที่อยากจะเห็นผลผลิตถั่วลิสงทุก ๆ ต้นให้ผลผลิตดีเท่าๆกัน ประเทศไทยเราผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 260 กก ต่อไร่ ผมว่าต่ำ ๆ ๆ ๆ มาก ๆ ๆ ๆ ครับ พันธุ์ไทนาน9 ที่ปลูกๆ กันก็ตายเพราะโรคยอดไหม้ มีแมลงเข้าทำลายจนพื้นที่หายไปปลูกมันปลูกอ้อย ปลูกข้าวนาปรังกัน พืชทางเลือกอื่นก็มีรายได้แซงหน้าถั่วลิสงไปไกลริบๆ
เรื่องที่น่าสนใจคือลักษณะทางสรีระวิทยาถั่วลิสง การติดดอกลงเข็ม กิ่งก้านสาขา ผมว่ามีผลต่อผลผลิตอันดับต้น ๆ นอกจากนี้การวิจัยเรื่องฮอร์โมนพืชที่ผมสงสัยมานานแสนนาน ก็ต้องทำจริงจัง เพื่อผลผลิตที่ดี และมีเป้าหมายที่เว่อร์ที่ 500 กิโลกรัมต่อไร่
การทำงานวิจัยต้องอาศัย ทุน อาศัยสรรพกำลังพอสมควร ไอ้เราก็ตัวน้อยครับ ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ทำ ค่อยๆ คิด กับความรู้อันน้อยนิดแต่อยากคิดใหญ่ ๆ แบบ "ใจนักเลง" พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ แค่เพียงหวังเห็นรอยยิ้มที่เกิดจากการปลูกถั่วลิสงของเกษตรกรของผมเท่านั้นจริง ๆ
ภาพที่เห็นเริ่มบอกถึงความสำเร็จที่รออยู่ ไม่ไกลเกินจริง ตอนนี้ระบบน้ำหยดและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพช่วยแก้ขัดให้ผลผลิตในแปลงทดลองขยับมาใกล้ความจริงแล้วครับ ขอเป็นกำลังใจให้เกษตรกรทุกท่านที่ยังมีความหวังกับผืนแผ่นดินของเราทุกคนทุกท่าน............ขอรับ!!!!!!

20 มีนาคม 2558
ห่างกันไปสามปีครับ.....คิดถึง
21:42 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
วันนี้มีโอกาสมาอัพบล็อกซึ่งไม่ได้มานั่งเขียนนานมากๆๆๆๆๆๆ เรียกได้ว่า นานจนลูกโตเป็นหนุ่มเลยทีเดียว
วันนี้มีข่าวดีมาบอกว่าครับว่าผมเองยังอยู่ในการติตตามและทำงานวิจัยในเรื่องถั่วลิสงตลอดเวลาที่ห่างหายไปครับ ข่าวดีที่ว่าคือ งานวิจัยที่ต้องการคำตอบหลาย ๆ ตัว ได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจมากครับ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีการปลูก พันธุ์ใหม่ที่ใกล้คลอดเต็มที่
ไม่มีอะไรมากครับวันนี้อยากบอกว่า คิดถึงแฟน ๆ บล็อกครับ มีไรติดต่อสอบถามกันมาได้ครับผม
วันนี้มีข่าวดีมาบอกว่าครับว่าผมเองยังอยู่ในการติตตามและทำงานวิจัยในเรื่องถั่วลิสงตลอดเวลาที่ห่างหายไปครับ ข่าวดีที่ว่าคือ งานวิจัยที่ต้องการคำตอบหลาย ๆ ตัว ได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจมากครับ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีการปลูก พันธุ์ใหม่ที่ใกล้คลอดเต็มที่
ไม่มีอะไรมากครับวันนี้อยากบอกว่า คิดถึงแฟน ๆ บล็อกครับ มีไรติดต่อสอบถามกันมาได้ครับผม
24 ตุลาคม 2555
วิกฤตการณ์ ถั่วลิสงเมล็ดกลาง
07:13 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกท่าน นับเป็นบทความแรกในปีนี้ครับ เพราะผมเองต้องเองเกือบไม่ได้มีชื่ออยู่บนโลกใบนี้ซะแล้ว แต่ก็ช่างเถอะครับ "ปลง" บ่นๆ กันไป แต่คงไม่ใช่เหตุที่ติดประทงประท้วงอะไรหรอกครับ เพราะสมาชิกและเรื่องราว ชะตาชีวิต ที่เหมือนพลิกฝ่ามือ ผมเองขอบอกกับเพื่อน ๆ ทุกท่านว่า ผมเองยังอยู่และจะมาอัพบล็อกเรื่อย ๆ นับจากนี้ไปครับ อ่อ ตอนนี้กำลังตัดสินใจว่า จะทำเวบต่ออ๊ะป่าว เพราะมีปัญหาในการใช้โปรแกรม และไม่อยากยุ่งมากไปกว่านี้
หัวข้อที่ขึ้นไว้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับถั่วลิสงในประเทศไทย เชื่อป่ะครับ ในระยะเวลา 5 ปี พื้นที่ปลูกถั่วลิสงในประเทศไทยลดลงถึง 25 % นั่นคืออีก 15 ปี ถั่วลิสงอาจจะมีแค่รูปภาพให้เด็กดู คำถามเพราะไรอ่าาาา ราคาก็สูงขึ้นจนผู้ผลิต ผู้แปรรูป บ่น กร่น ด่ากัน ราคาพุงขึ้นมาจนแบกรับภาระกันไม่ไหว แต่เชื่อเถอะครับ ราคาขณะนี้เกษตรกรเอง ก็ปริ่มๆ ยิ้มอยู่ได้เท่านั้นเอง เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นจากผลกระทบของราคาเมล็ดพันธุ์ สูงขึ้นเกือบเท่าตัว เมล็ดกลางที่ผมเอ่ยถึงคือ ไทนาน 9 และ ขอนแก่น 5 นะครับ ซึ่งปัจจุบัน ถั่ว 2 พันธุ์ หายากเต็มที ราคาถั่วเมล็ดพันธุ์คละไม่คัด 35-40 บาท อารายกันนี่่..........แพงค็อดดดดดด ผมเองทำถั่วมา 10 ปี เมล็ดพันธุ์ปีที่แล้ว 25 - 30 บาท เท่านั้นเอง ผมก็แอบต๊กกะใจเฉยๆ หรอกครับ เพราะ มันควรจะเป็น 100 บาทด้วยซ้ำไป หากขืนปล่อยให้พื้นที่เพาะปลูก ลดลงเพราะสาเหตุที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว คงต้องร้องเพลง สุรพล กันทั้งประเทศ สำหรับถั่วลิสง "สิ้นสุดกันที .... ไม่ว่าชาตินี้ ชาติไหน "....+++++!!!!!!
หัวข้อที่ขึ้นไว้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับถั่วลิสงในประเทศไทย เชื่อป่ะครับ ในระยะเวลา 5 ปี พื้นที่ปลูกถั่วลิสงในประเทศไทยลดลงถึง 25 % นั่นคืออีก 15 ปี ถั่วลิสงอาจจะมีแค่รูปภาพให้เด็กดู คำถามเพราะไรอ่าาาา ราคาก็สูงขึ้นจนผู้ผลิต ผู้แปรรูป บ่น กร่น ด่ากัน ราคาพุงขึ้นมาจนแบกรับภาระกันไม่ไหว แต่เชื่อเถอะครับ ราคาขณะนี้เกษตรกรเอง ก็ปริ่มๆ ยิ้มอยู่ได้เท่านั้นเอง เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นจากผลกระทบของราคาเมล็ดพันธุ์ สูงขึ้นเกือบเท่าตัว เมล็ดกลางที่ผมเอ่ยถึงคือ ไทนาน 9 และ ขอนแก่น 5 นะครับ ซึ่งปัจจุบัน ถั่ว 2 พันธุ์ หายากเต็มที ราคาถั่วเมล็ดพันธุ์คละไม่คัด 35-40 บาท อารายกันนี่่..........แพงค็อดดดดดด ผมเองทำถั่วมา 10 ปี เมล็ดพันธุ์ปีที่แล้ว 25 - 30 บาท เท่านั้นเอง ผมก็แอบต๊กกะใจเฉยๆ หรอกครับ เพราะ มันควรจะเป็น 100 บาทด้วยซ้ำไป หากขืนปล่อยให้พื้นที่เพาะปลูก ลดลงเพราะสาเหตุที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว คงต้องร้องเพลง สุรพล กันทั้งประเทศ สำหรับถั่วลิสง "สิ้นสุดกันที .... ไม่ว่าชาตินี้ ชาติไหน "....+++++!!!!!!
28 ธันวาคม 2554
06:07 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
ไม่ตั้งชื่อเรื่องนะครับ วันนี้ตั้งใจมาเขียนเรื่องส่งท้ายปี เพราะงานที่ยุ่งเหยิง พร้อมกับ สมาชิกใหม่ในครอบครัว ที่รอวันเติบโตเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบธรรมดาในสังคม ผมหวังแค่นั้น ปีหน้าผมจะเปลี่ยนเรื่องราวเล็กๆ ในบล็อกเป็น ชุมชนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เอาเป็นว่าขออำนวยอวยพร ให้พี่น้องเกษตรกร พ่อค้า แม่ขาย นักธุรกิจ นิสิต นักศึกษา ท่านผู้มีใจรักในการเกษตร ทุกท่าน จงประสบพบเจอในสิ่งดีๆ ในปีใหม่ พรอันใดประเสริฐ จงเกิดกับท่านและครอบครัว......เรื่องร้าย ๆ ในปีนี้ 2554 ถือเป็นบทเรียน เวลายังคงหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ทั้งหมดหยุดอยู่ที่ใจ ขอให้เข้มแข็ง สู้ๆ ด้วยใจที่ทรนง สวัสดีปีใหม่ 2555 ครับ!!!!
เรื่องที่จะมาบอกกล่าวกันวันนี้คงเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ที่คิดว่าปีนี้ถือว่า เป็นวิกฤติของถั่วลิสงอีกปี เกษตรกรส่วนใหญ่แข็งขัน ทำนาปรัง กันหมด จนพื้นที่ถั่วลิสงหายไปจากสารบบ นาปรังทำลายพื้นที่ปลูกถั่วลิสงไปมาก ผมใช้คำว่าทำลาย เพราะ การทำ ต้องขังน้ำในที่นา ไม่ให้ต่ำกว่า 5 ซ.ม. ถึงจะได้ผล ส่งผลให้พื้นที่ข้างเคียง ไม่สามารถปลูกถั่วลิสงได้ สมมุติผมจะปลูกถั่วลิสง สัก 3 ไร่ แต่เพื่อนเกษตรกร ข้างเคียงผม ทำนาปรังกันหมด ผมก็จบเห่!!!!! โดยเฉพาะหลายเขื่อน มีน้ำเต็มความจุ ชาวนาทำนากันเต็มแทบทุกพื้นที่ จนมองไม่เห็นถั่วลิสงเหมือนแต่ก่อนมา น่าเป๋นห่วง มากครับ หากไม่มีหน่วยงาน หรือบริษัทเอกชน มาช่วยกู้วิกฤติในครั้งนี้ ผมว่ามืดมิดดับสนิทแน่นอน ต้องมานั่งกินถั่วลิสงจีน เวียดนาม อินเดีย พม่า เผลอๆ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำอาหารโปรดของผมยังต้องใช้ถั่วลิสงจากเมืองนอก...ราคาก๋วยเตี๋ยวต้มยำไม่ไปไกลถึง ชามละ 70 บาทเหรอครับท่าน....!!!!!!!!
26 ตุลาคม 2554
ส่วนนอกสุดที่เรียกว่า.....เปลือก
20:46 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
วันนี้นั่งรถผ่าน บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งรับซื้อถั่วลิสงฝักแห้งใหญ่ที่สุดในอิสานครับ เห็นป้ายติดว่า "จำหน่ายเปลือกถั่วลิสง" ผมก็งงว่ามันมีเยอะขนาดที่ต้องติดป้ายขายกันเลยหรอ ตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปถามแล้วซื้อมาดู ได้ความดังนี้ครับ เปลือกถั่วลิสงของเค้าขายเป็นปริมาณ เพราะถ้าชั่ง กิโลกรัมถือเป็นการเอาเปรียบคนซื้อเนื่องจากถั่วลิสงเค้าเอาไว้กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน เมื่อตากฝนถั่วก็มีความชื้นน้ำหนักก็เยอะ จึงขายเป็นปริมาณ เอาแบบแฟร์.....(ยกนิ้วให้ครับ) ราคาค่างวดอยู่ที่ กระสอบ ละ 35 บาท 3 กระสอบ 100 บาท ซื้อเป็นรถก็ขาย รถหกล้อละ 5,000 บาท หรือ 12 ตัก รถตักอ่ะครับ ผมเลยถามว่าถ้าคิดเป็นกิโลตกกิโลกรัมละเท่าไหร่ คำตอบคือ บาทกว่า ถือว่า ถูกมากครับ เพราะเปลือกถั่วลิสงสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ทำปุ๋ย ทำวัสดุปลูก บดหยาบเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องยังได้ บำบัดน้ำเสีย ผมลองค้นในอาจารย์ "กู(เกิ้ล)" ถึงปริมาณธาตุอาหารต่างๆได้ความตามดังนี้ครับ
ปริมาณธาตุอาหารของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
วัสดุ N (%) P (%) K (%) Ca (%) Mg (%)
เปลือกถั่วลิสง 1.50 1.59 2.68 10.25 0.94
ตอซังถั่วลิสง 1.05 0.16 0.55 1.12 0.56
มูลค้างคาว 2.10 13.89 1.10 1.30 0.90
*ที่มา : http://www.research.cmru.ac.th/ris/resin/arc/I-AGR-3-51.pdf
ผมลองเทียบกับมูลค้างคาว ซึ่งถือว่าสุดยอดของปุ๋ยอินทรีย์ เห็นได้ชัดว่า เปลือกถั่วลิสงมีธาตุอาหารบางธาตุมากกว่ามูลค้างคาวโดยเฉพาะธาตุรองอย่างแคลเซียม สูงมาก ถามต่ออีกว่า ส่วนใหญ่ซื้อไปทำไรกัน อันดับหนึ่ง ผสมเป็นดินปลูกครับ ทดแทนขุยมะพร้างซึ่งมีราคาแพงกว่า โดยเฉพาะ ชวนชมใช้เป็นดินปลูกได้ดีมาก ถามต่ออีก มีเยอะไหม(เหมือนจะซื้อเหมาเค้าอย่างนั้นล่ะ) คำตอบคือ หลายร้อยตัน โห 1 ตัน เท่ากับ 1,000 กิโลกรัม หลายร้อยตันนั่นคือมีเป็นแสนๆกิโลกรัม รายได้ตรงนี้ หลายแสนหลายล้านบาททีเดียว สุดยอดครับ
มุมมองที่ผมลงเรื่องนี้อยากให้เห็นถึงความสำคัญของวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ที่หลายๆคนมองข้าม ดูไร้ค่า หากศึกษาและทำความเข้าใจ สิ่งรอบๆตัวเรามีค่าเสมอ ดีกว่า มองสิ่งที่อยู่ไกลตัวเรา ฝันอยากเหยียบดาวที่งดงามแต่ไม่เคยมองพื้นดินที่ตัวเองทำมาหากินและเหยียบย่ำอยู่ทุกวันเราเลย!!!!!!!
(เด่วอัพภาพลงให้นะครับ...ไม่มีเครื่องมือ)
ปริมาณธาตุอาหารของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
วัสดุ N (%) P (%) K (%) Ca (%) Mg (%)
เปลือกถั่วลิสง 1.50 1.59 2.68 10.25 0.94
ตอซังถั่วลิสง 1.05 0.16 0.55 1.12 0.56
มูลค้างคาว 2.10 13.89 1.10 1.30 0.90
*ที่มา : http://www.research.cmru.ac.th/ris/resin/arc/I-AGR-3-51.pdf
ผมลองเทียบกับมูลค้างคาว ซึ่งถือว่าสุดยอดของปุ๋ยอินทรีย์ เห็นได้ชัดว่า เปลือกถั่วลิสงมีธาตุอาหารบางธาตุมากกว่ามูลค้างคาวโดยเฉพาะธาตุรองอย่างแคลเซียม สูงมาก ถามต่ออีกว่า ส่วนใหญ่ซื้อไปทำไรกัน อันดับหนึ่ง ผสมเป็นดินปลูกครับ ทดแทนขุยมะพร้างซึ่งมีราคาแพงกว่า โดยเฉพาะ ชวนชมใช้เป็นดินปลูกได้ดีมาก ถามต่ออีก มีเยอะไหม(เหมือนจะซื้อเหมาเค้าอย่างนั้นล่ะ) คำตอบคือ หลายร้อยตัน โห 1 ตัน เท่ากับ 1,000 กิโลกรัม หลายร้อยตันนั่นคือมีเป็นแสนๆกิโลกรัม รายได้ตรงนี้ หลายแสนหลายล้านบาททีเดียว สุดยอดครับ
มุมมองที่ผมลงเรื่องนี้อยากให้เห็นถึงความสำคัญของวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ที่หลายๆคนมองข้าม ดูไร้ค่า หากศึกษาและทำความเข้าใจ สิ่งรอบๆตัวเรามีค่าเสมอ ดีกว่า มองสิ่งที่อยู่ไกลตัวเรา ฝันอยากเหยียบดาวที่งดงามแต่ไม่เคยมองพื้นดินที่ตัวเองทำมาหากินและเหยียบย่ำอยู่ทุกวันเราเลย!!!!!!!
(เด่วอัพภาพลงให้นะครับ...ไม่มีเครื่องมือ)
01 ตุลาคม 2554
ถั่วลิสง อิน ซุปเปอร์ส่ง!!!!
01:15 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
วันนี้ไปซื้อของที่ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุด คงรู้กันนะครับ ผมชอบไปเดินดูราคาสินค้าเกษตรที่นี่มาก เพราะจะมีสินค้าเกษตรที่มาจากทุกมุมโลกจริง ๆ อัพเดทข้อมูลทุกอาทิตย์ ผมว่าจะลงเรื่องนี้นานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสลงข้อมูล
วันนี้นำเสนอ ถั่วลิสง อิน ซุปเปอร์ส่ง (Peanut in Ma.....o) เพราะผมตกใจมากที่เห็นราคาในร้านค้าปลีกที่่ผมคิดว่า ถั่วลิสงที่นี่ราคาดีที่สุด
ถั่วลิสงคิดว่าเป็นถั่วชนิดรอง นะครับเพราะเมล็ดใหญ่พิเศษน้อยกว่าเมล็ดใหญ่ กิโลกรัมละ 95 บาท ....OHHHH........แม่เจ้า แพงชนิดที่ว่าทำเอาผมอึ้ง นึกคิดอยากซื้อเครื่องกระเทาะมาส่งให้ร้านค้าส่งแห่งนี้จัง แต่เข้าใจเพราะจริงๆไอ้ที่ใส่กะละมังนั่นมันขายปลีก ขาวสะอาดตาเป็นถั่วลิสงเมล็ดโตมากๆๆ ราคาพุ่งไปโน่น 110 บาทต่อกิโลกรัม ถัดมาใกล้ๆ กัน ราคาของถั่วลิสงยี่ห้อของเค้าเองนั่นละ่ครับ ราคาเฉลี่ย 500 กรัม ราคา 32.50 บาท กิโลกรัมละประมาณ 65 บาท ต้องบอกว่า เมล็ดเล็กได้ใจครับ แต่ก็โอเคครับ ราคานี้ใช้เพื่อเป็นส่วนประกอบการการค้าขายแปรรูปได้ ถัดมาอีกชั้นเป็น ขนาด 5 กิโลกรัม ขาย 320 บาท ยังแพงอยู่ดี ตก กิโลกรัมละ 64 บาท ถือว่าถั่้วลิสงอยู่ในช่วงขาขึ้นจริงๆ
ผมเอาเรื่องนี้มาลงเพราะให้ดูราคาจากต้นทางมาถึงปลายทางว่า พลัส++++กันไปเท่าไหร่ ยังไง แต่ผมว่าเราๆท่านๆที่ทำเกษตรกับดิน กับเจ้านายที่ทำเกษตรบนเครื่องจักร รายได้มันต่างกันลิบลับ .........เช่นนี้เอยยยยยยย.....***********
15 กันยายน 2554
ปัญหาของถั่วลิสงฤดูฝน 2554
19:56 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
ผมเป็นคนนึงที่ชอบเดินทางไปมาหลายจังหวัดในภาคอิสาน เนื่องจากโดยส่วนตัวชอบท่องเที่ยว โดยเฉพาะวัดวาอาราม แหล่งอาหารไปเสาะหามาจนน้ำหนักตัวขึ้นมาแบบชนิดที่ว่า อวบระยะสุดท้าย ทั้งเรื่องงานที่ตอนนี้มีภาระที่เพิ่มขึ้น จึงเห็นหลายๆแหล่งปลูกถั่วลิสงฤดูฝน ปีนี้แถบอิสานพื้นที่ปลูกลดลง มากทีเดียว บางหมู่บ้านที่ผมเคยเห็น พื้นที่กลายเป็นไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และสวนยางพาราไปเกือบทั้งหมด บางหมู่บ้านทิ้งพื้นที่ว่างเปล่า สอบถามมาได้ความว่า พื้นที่ปลูกถั่วลิสงฤดูฝน ในแถบอิสานส่วนมากเช่าปลูก ไม่ใช่ที่ดินตัวเอง ปีนี้เจ้า่ของที่ดินไม่ให้ปลูกเพราะเตรียมลงยางพารา ปาล์มที่คิดว่าปลูกไม่ได้ จึงไม่ยอมให้เช่า ทั้งเกษตรกรเองไม่มีเมล็ดพันธุ์ ทั้งฝนที่กระหน่ำตั้งแต่ต้นพฤษภาคม จนถึงวันนี้ยังอ่วมทุกภาคในประเทศไทย เป็นสาเหตุหลักๆ ที่พื้นที่ปลูกหายไป ส่วนพื้นที่ที่ยังคงเหลือ ต้นถั่วปีนี้เรียกว่า งามจับใจ สูงชะลูด เขียวขจี เพราะ น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ กำไรและรายได้ดีแน่นอน (ความหวังของเกษตรกร) แต่ไม่นานสิ่งที่ตามมาคือ เมื่ออายุถั่วใกล้เก็บเกี่ยวหรือประมาณ 3 เดือน ต้นถั่วที่เคยเขียวขจีกลับเริ่มเน่าเปื่อย เพราะน้ำท่าที่ดูเหมือนว่าจะดีเกินไป โรคใบจุด ราสนิม จัดมาเต็มชุด เกษตรกรตัดสินใจถอนทันทีทั้งที่อายุยังไม่ครบ.....อะไรตามมา..??????
ถั่วที่ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วเก็บก็จะได้เมล็ดที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มฝัก เปอร์เซ็นต์กระเทาะต่ำ.... ถั่วโป๊ะ..(อิสาน)นั่นเอง....เก็บเกี่ยวมาแล้วตากที่ไหน...ฝนตกทั้งวันทั้งคืน เกษตรกรต้องเอาไว้บนบ้าน พึ่งรอให้มีแดด แต่ถั่ว 4 ไร่ ถ้ายืดพื้นที่ก็ประมาณ 80 เมตรคูณ 80 เมตร ตากบนบ้า่นแค่ไม่ถึง 80 ตารางเมตร กองหนามาก ๆ ถั่วเริ่มจะเน่าเสียมีรา เสี่ยงตัวการปนเปื้อนอะฟลาท็อกซิน สารพิษที่สร้างขึ้นด้วยเชื้อราแอสเพอจิวรัสฟลาวัส (นี่พยายามเขียนเต็มที่แล้วนะครับ) ช่างเถอะครับ ให้รู้แต่เพียงว่าเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อตับ เป็นสารก่อมะเร็งอีกตัวหนึ่ง ที่น่ากลัว หากขืนเอาถั่วลิสงพวกนี้ไปบริโภคล่ะก็จะเป็นอัึนตราย.....น่าเป็นห่วง....ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อพื้นที่ปลูกลดลง คนอยากซื้อเพิ่มขึ้น ปัญหาพื้น ๆ ทางเศรษฐศาสตร์ ที่ผมไม่เห็นใครแก้ได้สักทีในสินค้าเกษตรไทย เกิดจากแย่งซื้อโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ คือซื้อถั่วที่มีความชื้นสูงมาก ถั่วต้มผมไม่นับนะครับ ถั่วแห้งหรือถั่วที่มีคุณภาพความชื้นต้องไม่เกิน 9 % คือเปลือกหุ้มเมล็ดแทบร่อนออกได้ครับ แต่พ่อค้าเห็นเป็นเช่นนั้นไม่ ...... ซื้อหมด เพราะถ้าไม่ซื้อ คนอื่นก็ซื้อ จึงทำให้ถั่วลิสงในฤดูฝนขาดคุณภาพทุกอย่าง ทั้งเปอร์เซ็นต์กระเทาะ ทั้งความชื้น ไม่ได้สักอย่าง
ฟ้าฝนทุกวันนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้เมื่อไหร่ไทยจะมีหน่วยงานพยากรณ์อากาศเกษตรอย่างเป็นทางการเหมือนๆหลายประเทศที่เขาเด่นทางการเกษตร ไม่ใช่ มีแต่เมฆเป็นส่วนมาก ฝนฟ้าคะนองกระจาย ฝนตกเป็นหย่อมๆ พะนะโอ๊ย....เบี่ย..เมืองไทยเด้.....บ่นไปทุกวันตามประสาคนรากหญ้าที่นับวันจะเป็นพืชผลส่วนใหญ่ในเมืองไทยที่รอวันได้ แสงแดด อาหาร จากยอด ใบ ผ่านลำต้น สู่หัวใจของพืชทุกชนิดอย่าง ราก....บ้างคร๊าบบบบบกระพ้ม!!!!!!!!!
06 กันยายน 2554
แจ๊บ......ภาค 2!!!!!
18:47 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
สืบเนื่องมาจากผมได้รับอีเมล์จากผองเพื่อนเกษตรกรที่เข้ามาชมบล็อกผม เรื่อง แจ๊บ แล้ว สนใจสอบถามมามากมาย...ผมจึงขออธิบายและลงรายละเอียดเรื่องนี้เพิ่มเติมนิสสส...นึงครับ เดิมทีผมไปเห็นแจ๊บแถวๆโคราชครับ แล้วเ็ห็นตัวเป็น ๆ จากอาจารย์จ๋า ผู้ซื้อมาฝากให้ผม ตัวนึง ซึ่งผมใช้ปลูกข้าวโพด ซึ่งวัดระยะที่ 25 ซม. ซื้อมาตอนนั้นราคาประมาณ 650 บาท ซึ่งผมทดลองปลูกแล้วได้ผลดี สะดวกรวดเร็วขึ้น ผมจึงเอามาลองปลูกถั่วลิสงดู ซึ่งจริงๆแล้วใช้ปลูกอะไรก็ได้นะครับ ที่เป็นเมล็ดปลูก หรือ หยอดเป็นหลุม จากที่ได้ถือว่าผ่าน.......
ผมยังมีโชคดีผมมีโอกาสร่วมงานกับคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ภาควิชาพืชไร่นา ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ผมไม่ค่อยถนัด จึงขอแค่เก็บข้อมูลโดยอย่าคุยเรื่องสถิติและขอความคิดเห็นจากผมเพราะผมไม่ทราบได้!!!!!!!!!!555...อาจารย์บอกอาจารย์ใช้มานานแล้ว...ไอ้แจ๊บเนี่ยวัดระยะที่ 20 ซม.ด้วย ราคาถูก ใช้ได้ดี อาจารย์ให้ผมมาหนึ่งโหลครับ แถวบ้านเรียก ได้มาหลายอีหลีแหมะ !!!!...โห...คราวนี้แหละ.....เอ๊ยยยปลูกกันสนั่น ผมลองปลูกถั่วเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 10 ไร่ คน 13 คน ปลูก 3 โมงเช้าเสร็จ 3 โมงเย็น กินเลี้ยงต่อถึง 3 ทุ่ม...อ่ะนะมีบ้างครับ5555.....ทุ่นระยะเวลามากครับ จากปกติ ปลูกโดยใช้คนแทงหลุม นั่นคือ 2 คน น่าจะอยู่ 1 ไร่ หรือเต็มที่ 1.5 ไร่ แต่ถ้าใช้แจ๊บ 2 คน ได้ถึง 3 ไร่ครับ ยิ่งถ้าใช้เก่งๆ คนนึงปลูกแบบชิวๆ 1.5 ไร่ สบายๆครับ เป็นประโยชน์ครับ
ตอนนี้มีเมล์มาอยากเป็นเจ้าของแจ๊บเยอะมากๆครับ ผมจะลองทำดูก่อนนะครับได้ผลยังไงอาจจะมาแบ่งปันเพื่อนๆนะครับ ติดตามวิธีการใช้ในบล็อกผมนะครับ ขอเวลาไปยืมกล้องวีดีโอเพื่อนมาถ่ายให้เพื่อนๆ ดูแล้วกัน...คร๊าบพ้มมมม (เครดิตภาพถ่ายจาก: น้องป้อน)
02 กันยายน 2554
บล็อกถั่วลิสงผมดังขนาดนั้นเลย....
01:56 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
วันนี้มีโอกาสมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้งเพื่ออัพบล็อก แต่ผมต้องสะดุดกับ วารสารเศรษฐกิจการเกษตร ปีที่ 57 ฉบับที่ 652 ที่รายงานสภาวะ สถิติต่างๆ ที่เกี่ยวกับพืชต่างๆ พลิกไปพลิกมาเห็นข้อมูลถั่วลิสงที่ผมนั่งอ่านจนจบสรุปได้ว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดคะเนว่า ถั่วลิสงปี 2553 เมื่อเดือนธันวาคม 2553 มีพื้นที่เพาะปลูก 183,845 ไร่ มีผลผลิต 45,509 ตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 248 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนความเคลื่อนไหวในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 พบว่าราคาถั่วลิสงสด เฉลี่ย 19.16 บาท/กิโลกรัม ถั่วลิสงแห้ง ราคา เฉลี่ย 20.42 บาท/กิโลกรัม ราคาขายส่งตลาดกรุงเทพฯ ถั่วเมล็ดชั้นดี ราคา 52.50 บาท/กิโลกรัม ชนิดรอง 47.34 บาท/กิโลกรัม กระทรวงเกษตรสหรัฐ รายงานภาวะการผลิตถั่วลิสงโลก 2553/54 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีผลผลิต 37.71 ล้านตัน นั่นคือ 37,710 ล้านกิโลกรัม ป๊าด.....เยอะจัด รู้มั๊ยครับ ประเทศไหนปลูกมากที่สุด......ยักษ์ใหญ่...อย่างจีนไงครับพี่น้อง จะบอกว่า ผลผลิตถั่วลิสงจีน เป็น 1 ใน 3 ของผลผลิตทั้งโลกอ่ะใหญ่จริงอะไรจริงนะเนี่ยจีนอ่ะ...!!!!!!!!! อ่านไปสักพัก ต๊กใจ ไหงมีรูปจากบล็อกผมมาโผล่ในวารสารเศรษฐกิจการเกษตร รูปนี้ผมถ่ายด้วยกล้องมือถือ ลงเป็นเรื่องต้นๆของบล็อกผมครับ รู้สึกว่าถูกขโมยซีน.....แหมๆๆๆ น่าจะให้เครดิตเค้ามั่ง ลงชื่อเวบไว้ใต้รูปก็ดีนะครับ...แต่ก็แอบดีใจที่ยังมีคนเข้า่มาดูเวบผมทั้งภาครัฐภาคเอกชน งั้นผมจะตั้งใจมาอัพบล็อกบ่อยๆๆแล้วกันนะครับ........วันนี้ไปล่ะครับ
01 เมษายน 2554
เก็บเกี่ยวถั่วลิสง...ตอนไหน...รู้ได้ไง??????.....ไปดูกานนนนน
19:37 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
โลกของเราวันนี้เป็นยังไงน๊าๆๆๆๆๆ ญี่ปุ่น โดนแผ่นดินไหวที่ผมไม่คิดว่าภาพที่เห็นจากโสตประสาทจะเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงๆ เหมือนดูหนังยังไงยังงั้น แต่ต้องยอมรับกับมันนะครับ ขอไว้อาลัยและแสดงความเสียใจแด่เพื่อนๆมนุษย์และชาวญี่ปุ่นด้วยครับ แต่ยังไม่ทันไรขณะที่ผมนั่งพิมพ์อยู่นี้.....พี่น้องทางภาคใต้ของเราก็เจอฝนกระหน่ำน้ำท่วมหนักหลายจังหวัด ยังไม่พอ ยังเกิดดินโคลนถล่มทับผู้คนพี่น้องคนไทยเสียชีวิตและสูญหายหลายคน ขออำนาจพระรัตนตรัยจงปกป้องคนไทยทุกคน ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เป็นกำลังใจให้พี่น้องที่ประสบภัยให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตโดยเร็ววัน.........สาธุ แหมหัวข้อวันนี้เป็นเมล์ที่ส่งมาสดๆ ร้อน ๆ จากโน่น โคราช สืบเนื่องมาจาก พี่น้องเกษตรกร มือใหม่ที่เพิ่งปลูกถั่วลิสงจะยังไม่รู้ว่า เวลาเก็บเกี่ยวถั่วลิสงให้ได้ผลผลิตสูงสุดและเหมาะสมที่สุดตอนไหนยังไง มีข้อสังเกตตรงไหนบ้าง วันนี้จะมาอธิบายจากประสบการณ์และรวมความรู้ทางวิชาการมาไว้ให้ครับ
ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า ถั่วลิสงที่เราปลูกเป็นพันธุ์อะไร เพราะ อายุการเก็บเกี่ยวของแต่ละพันธุ์ก็จะแตกต่างกันออกไป ขออนุญาตเอาข้อมูลอายุการเก็บเกี่ยวพันธุ์ที่นิยมปลูกจากกรมวิชาการมาอ้างอิงให้นะครับ พันธุ์ไทนาน 9 อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-110 วัน พันธุ์ขอนแก่น 5 อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 90-105 วัน พันธุ์กาฬสินธุ์ 1 อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 90-100 วัน พันธุ์กาฬสินธุ์ 2 อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 90-100 วัน ส่วนพันธุ์อื่นลองค้นหาในเวบของกรมวิชาการดูนะครับ เมื่อเราทราบอายุการเก็บเกี่ยวแล้ว เราต้องบันทึกวันที่เราปลูกไว้นะครับ อาจจะมีปฏิทิน ประจำสำหรับปฏิบัติงานถั่วโดยเฉพาะก็ดีครับ การนับอายุ แบบนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งครับ แต่บางทีต้องดูสภาพภูมิอากาศด้วย หาก ปีไหนอากาศหนาว มาก หนาวนาน อายุการเก็บเกี่ยวจะยืดออกไป เพราะอะไรครับ รู้ป่ะ.....เพราะพืชเกือบทุกชนิดจะชะงักการเจริญเติบโตเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ถั่วลิสงเราก็เลยมีระยะเวลาที่ยืดออกไป
อ่ะ 1 วิธีแล้วนะครับ การนับอายุ วิธีต่อไปคือการสังเกตต้นถั่วลิสง ถั่วลิสงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวหรือครบอายุเก็บเกี่ยว เราจะสังเกตได้ว่า ต้นถั่วลิสงจะโทรม ต้นไม่สวย ใบแห้งกรอบจากข้างล่าง หรือมีโรคราสนิม ใบจุด แต่อย่าลืมนับอายุก่อนการสังเกตการเกิดโรคนะครับ หากอายุยังไม่ถึงแล้วแสดงอาการเกิดโรคพวกนี้แสดงว่า ไม่ใช่ล่ะ ต้องหายาเชื้อรามาฉีดพ่นนะครับ เพราะอะไรรู้ป่ะ เปรียบเทียบกะผู้หญิงสาวๆแข็งแรง สวย น่ารัก เมื่ออายุมากขึ้น (ไม่อยากพูดว่า....แก่) ก็ดูไม่สวย โทรมๆ เป็นโรคนั้นโรคนี้ สรุปคือ เมื่อถั่วลิสง นำอาหารไปเลี้ยงฝักเลี้ยงผลผลิต สุกแก่ เต็มที่ ต้นแม่ก็ต้นโทรมเป็นธรรมดา ง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อราเชื้อโรคต่างๆ แต่อย่าต๊กใจนะครับเพราะไม่มีผลต่อผลผลิตครับ
อ่ะผ่านไปอีก 1 วิธี อีกวิธีเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด หลังจากนับอายุแล้ว ดูต้นถั่วแล้ว วิธีนี้คือ สุ่มถอน การสุ่มถอนที่ดีควรเดินทะแยงในแปลงถั่วลิสงแล้วสุ่มถอน 3-5 จุดต่อแปลง หรือ 10 จุดใน 1 ไร่ จะทำให้ได้ข้อสรุปที่ดี เมื่อสุ่มถอนขึ้นมาแล้ว ให้เลือกปลิดฝักที่มีความสมบูรณ์ฝักเช่นไม่มีแมลงเจาะ ไม่อ่อนเกินไป พูดง่ายๆ เอาถั่วที่สามารถไปใช้ประโยชน์ได้นั่นล่ะครับ หลังจากนั้น นับฝัก แล้วแกะเปลือกดู ถั่วลิสงที่แก่เปลือกข้างในจะมีสีน้ำตาลไปถึงดำ หากแก่มากกว่า 70 เปอร์เซนต์ หรือ ใน 10 ฝักแก่ 7 ฝัก ชัวร์เก็บเกี่ยวได้เลยครับ
วันนี้พอก่อนแค่นี้นะครับ เดี๋ยวต้องไปเตรียมซื้อปืนฉีดน้ำเที่ยวสงกรานต์ก่อนจะมาเก็บเกี่ยวถั่วลิสงพ้ม.....หลังสงกรานต์ครับบบบบ
29 มีนาคม 2554
ระบบน้ำ........
16:39 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
วันนี้มีเวลามานั่งจัดการกับคอมพิวเตอร์ มี่ซื้อมาเกือบ 3 ปี ไฟล์ รูป เพลง หนัง(การ์ตูน) สับสน ปนเปกันอย่างชนิดที่ว่า จะหาอะไร ต้องนั่งนึกก่อนว่า...เคยเห็นที่ไหนน๊าาาา....เพราะเวลาที่อยู่หน้าคอมไม่มาก ก็อบไรไว้ที่ไหน มักจะลืมมมม.....
จัดการคอมสักพัก เห็นภาพระบบน้ำที่ผมก็เพิ่งเคยเห็น ในเมืองไทย ครั้งแรก แต่ภาพพวกนี้เก็บไว้เกือบปีแล้วครับ พอดีมีโอกาสไปอบรมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ที่ ณ วันนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบน้ำระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้ว ผมมีโอกาสกลับไปอีกครั้ง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง โห......แหล่งเรียนรู้ สาธิต ทุกระบบที่มีเลยครับ ซึ่งทางมหาวิทยาเกษตรศาสตร์เองได้ร่วมมือกับกรมชลประทาน ทำระบบน้ำสาธิตให้ดูเรียกว่า ดูได้ดูดีดูจนทำเองได้ ทุกขั้นตอน ทุกระบบมีครับ จึงอยากแนะนำเพื่อนๆพี่น้องเกษตรกรที่ผ่านไปมาแถว ๆ สกลนคร แวะไปเยี่ยมชมได้ครับ วันนี้มีภาพมาฝาก ด้วยครับ
17 มีนาคม 2554
เพลี้ยไฟ และโรคยอดไหม้ !!!!(ไม่พูดถึง.....ไม่ได้)
00:45 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
เรื่องโรคแมลงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่พูดถึง สาเหตุมาจากในปีนี้มีการระบาดอย่างหนักในแปลงเพาะปลูกของผมเอง และภาคอิสานเกือบทุกพื้นที่ ดังนั้นผมจึงไปค้นข้อมูล และเอาประสบการณ์ตัวเองมาแชร์เพื่อเป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพลี้ยไฟและโรคยอดไหม้ มากขึ้นกว่าเดิมนะครับ
ความรู้เรื่องเพลี้ยไฟและโรคยอดไหม้หาในโลกออนไลน์ก็พอมีครับ แต่ก็เป็นข้อมูลที่ก็อบๆกันมาของกรมวิชาการครับ แต่เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ครับ ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับการดื้อยาของแมลงศัตรูพืชเกิดขึ้นได้ง่ายมากเนื่องจากบางพื้นที่มีการใช้ยามากเกินความจำเป็น อีกทั้งยังใช้ยาตัวเดิม ซ้ำๆ ทำให้การระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี
ปีนี้ถั่วลิสงถือว่าหนักหนาสาหัสกับเพลี้ยทุกชนิด เริ่มจากอากาศที่หนาวเย็นยาวนานมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาทำให้ เพลี้ยอ่อนถั่ว ซึ่งเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงยอดถั่ว ทำให้ยอดหยิกงอ ไม่ลงเข็มแล้ว
ยังเจอ เพลี้ยจั๊กจั่น ซึ่งก็ดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ใบ ทำให้ใบมีลักษะเป็นปื้นไหม้ หนำซ้ำ ยังเจอ เพลี้ยไฟ ศัตรูหมายเลข 1 ในช่วงนี้ ซึ่งระบาดในช่วงฤดูแล้ง ฝนทิ้งช่วง เข้าดูดกินน้ำเลี้ยงในใบถั่ว ยอด ตาดอกแล้ว ยังเป็นพาหะ โรคยอดไหม้ (GBNV) ซึ่งสร้างความเสียหายให้ถั่วลิสง ชนิดที่เรียกว่า "ตายยกแปลง" มาแล้วหลายพื้นที่
โรคยอดไหม้ต้องพูดว่าผมเจอโรคนี้ในปี 2549 นี่เอง ซึ่งเพิ่งพบเนื่องจากปรากฏการณ์ เอลนิญ่า ทำให้ฝนทิ้งช่วง เพลี้ยไฟระบาดอย่างหนักในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคอิสาน แปลงปลูกผมเองตายมากกว่า 60 % เกิดกับทุกช่วงอายุของถั่วลิสง โดยเฉพาะสองอาทิตย์หลังงอก
การสังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ สังเกตที่ใบมีลักษณะด่าง ซีด เป็นกระลาย ใบแห้ง หยิกงอ บิด ซึ่งมักพบการระบาด หนักในช่วงฝนทิ้งช่วง ในปีนี้เองในบางพื้นที่ยังไม่มีฝนตกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเหตุให้แมลงระบาดมากที่สุดในรอบหลายปี บริษัทยาต่างยิ้มร่า เมื่อยอดในปีที่ผ่านมาและปีนี้ยอดทะลุเป้า จนอดนึกไม่ได้ว่า เอาเพลี้ยไฟมาปล่อยในแปลงผมหรือเปล่าหว่า.......555 เดี๋ยวเจ้าของบริษัทจะมาทำร้ายร่างกายผมล่ะ ไม่หรอกครับ ต้องยอมรับกันก่อนว่า สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลทำให้การเกษตรเองต้องปรับวิธีการ กันแบบว่าต้อง ยกเครื่อง เป็นโอกาสของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องโชว์ฝีมือทดลอง วิจัย เพื่อให้การเกษตรไทยยังเป็นหัวใจสำคัญแหล่งอาหารโลกต่อไป
เพลี้ยไฟมาไม่ได้มาเปล่านะครับ เป็นพาหะนำโรคยอดไหม้มาด้วย โรคยอดไหม้ ผมค้นข้อมูลที่สามารถให้คำตอบและมีภาพประกอบให้ดูแล้วเข้าใจต้องไปที่เวบไซต์ของกรมวิชาการนะครับเด่วผมโพสต์ข้างล่าง ส่วนผมขออธิบายแบบบ้านๆ นะครับ ว่าลักษณะอาการตามที่เห็นว่า เมื่อถั่วลิสงได้รับเชื้อแล้ว จะแสดงอาหาร ยอดเหี่ยวโค้งงอ แตกช่อมาก ดอกหล่น อีกไม่นานก็จะตายยุบทั้งต้น ซึ่งบางทีจะเห็นชัดตอนเราให้น้ำ จะตายยุบเป็นแถบ โดยใบล่างสุดจะไหม้เหลือง ยอดยุบ ตายในที่สุด บางทีตายยกแถวก็มีครับ จนต้องร้องเพลง "มันต้องถอน" เพราะสงสัยว่ามันเป็นไรถึงพร้อมใจกันตายได้มากกว่าขนาดนี้
เรื่องการแก้ไขปัญหาหรือลดการระบาดได้ดีเท่าที่ผมสังเกตุสังกาด้วยสองตาคือ การเลื่อนวันปลูกมีผลที่น่าพอใจ อีกทั้งเราจะได้ไม่ต้องเพิ่งสารเคมี ซึ่งนับเป็นทางออกที่ดี คือวางแผนการทำนาโดยใช้ข้าวพันธุ์เบาในแปลงที่เราจะปลูกถั่วลิสง ซึ่ีงยังไงก็แล้วแต่เราควรปลูกถั่วลิสงในช่วงปลายตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ดีที่สุด หลายพื้นที่ปลูกปลายเดือนธันวาคม เจอการระบาดหนักกว่าแปลงที่อยู่ข้างๆกัน วิธีการปลูกเหมือนกันแต่ปลูกคนละวัน พบความแตกต่างของการระบาดโรคแมลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสารเคมีที่ใช้ได้ดี คือ ฟิโฟนิล ชนิดน้ำ ฉีดพ่นเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไฟ พ่นซ้ำอีกสักสองสามครั้งทุก 3-5 วัน ช่วยลดจำนวนเพลี้ยไฟได้ดีครับ วิธีกลอีกวิธีผมถามท่าน ดร.ท่านนึงบอกว่า การใช้ระบบน้ำสปริงเกอร์ช้วยลดการระบาดของเพลี้ยไฟได้ เพราะเพลี้ยไฟมีปีกเหมือนนก เมื่อปีกถูกน้ำก็บินไม่ได้ครับและตายไปในที่สุด นั่นคือหากมีระบาดของเพลี้ยไฟแล้วฝนตกสักสองสามครั้ง ก็ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นครับ อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้คือ การปลูกระยะชิดขึ้น อาจใช้ระยะปลูก 15 cm. ก็ได้ครับ
ยังไงๆเราก็ต้องเรียนรู้และใช้ภูมิปัญญาที่มีอยู่ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะผมยกย่องพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรของผมในเรื่องการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาโดยตลอด การใช้สารสกัดอินทรีย์ก็ได้ครับ ต้องทดลอง ทดสอบนะครับ ดีกว่าปล่อยให้พืชที่เรารอคอยผลผลิตเสียหายไปต่อหน้าต่อตา เรียนรู้ร่วมกัน บูรณาการร่วมกันครับพี่น้องงงงงงงงงงงง.............
คำอธิบายรูปภาพครับ เรียงจากข้างบนลงมานะครับ
รูปที่ 1 (บนสุด)- นั่นล่ะครับ เพลี้ยอ่อนถั่ว(ยึ๋ย)
รูปที่ 2 - เพลี้ยจั๊กจั่นครับ ตัวเขียวๆๆ บินไวๆใช่เลย
รูปที่ 3 - ลักษณะการตายอันสาเหตุจากเชื้อ ไวรัส (GBNV)
รูปที่ 4 - ยอดเหี่ยวพับ ยุบ ตาย
รูปที่ 5 - ลักษณะการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ใบกระ ซีดเหลือง
รูปที่ 6 - การพ่นสารเคมีก็มีความจำเป็นหากพบการระบาด ฟิโฟนิลที่ผมใช้
รูปสุดท้าย (ล่างสุด) - ระยะออกดอกยังไม่เหลือครับ
ปีนี้ถั่วลิสงถือว่าหนักหนาสาหัสกับเพลี้ยทุกชนิด เริ่มจากอากาศที่หนาวเย็นยาวนานมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาทำให้ เพลี้ยอ่อนถั่ว ซึ่งเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงยอดถั่ว ทำให้ยอดหยิกงอ ไม่ลงเข็มแล้ว
ยังเจอ เพลี้ยจั๊กจั่น ซึ่งก็ดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ใบ ทำให้ใบมีลักษะเป็นปื้นไหม้ หนำซ้ำ ยังเจอ เพลี้ยไฟ ศัตรูหมายเลข 1 ในช่วงนี้ ซึ่งระบาดในช่วงฤดูแล้ง ฝนทิ้งช่วง เข้าดูดกินน้ำเลี้ยงในใบถั่ว ยอด ตาดอกแล้ว ยังเป็นพาหะ โรคยอดไหม้ (GBNV) ซึ่งสร้างความเสียหายให้ถั่วลิสง ชนิดที่เรียกว่า "ตายยกแปลง" มาแล้วหลายพื้นที่
โรคยอดไหม้ต้องพูดว่าผมเจอโรคนี้ในปี 2549 นี่เอง ซึ่งเพิ่งพบเนื่องจากปรากฏการณ์ เอลนิญ่า ทำให้ฝนทิ้งช่วง เพลี้ยไฟระบาดอย่างหนักในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคอิสาน แปลงปลูกผมเองตายมากกว่า 60 % เกิดกับทุกช่วงอายุของถั่วลิสง โดยเฉพาะสองอาทิตย์หลังงอก
การสังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ สังเกตที่ใบมีลักษณะด่าง ซีด เป็นกระลาย ใบแห้ง หยิกงอ บิด ซึ่งมักพบการระบาด หนักในช่วงฝนทิ้งช่วง ในปีนี้เองในบางพื้นที่ยังไม่มีฝนตกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเหตุให้แมลงระบาดมากที่สุดในรอบหลายปี บริษัทยาต่างยิ้มร่า เมื่อยอดในปีที่ผ่านมาและปีนี้ยอดทะลุเป้า จนอดนึกไม่ได้ว่า เอาเพลี้ยไฟมาปล่อยในแปลงผมหรือเปล่าหว่า.......555 เดี๋ยวเจ้าของบริษัทจะมาทำร้ายร่างกายผมล่ะ ไม่หรอกครับ ต้องยอมรับกันก่อนว่า สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลทำให้การเกษตรเองต้องปรับวิธีการ กันแบบว่าต้อง ยกเครื่อง เป็นโอกาสของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องโชว์ฝีมือทดลอง วิจัย เพื่อให้การเกษตรไทยยังเป็นหัวใจสำคัญแหล่งอาหารโลกต่อไป
เพลี้ยไฟมาไม่ได้มาเปล่านะครับ เป็นพาหะนำโรคยอดไหม้มาด้วย โรคยอดไหม้ ผมค้นข้อมูลที่สามารถให้คำตอบและมีภาพประกอบให้ดูแล้วเข้าใจต้องไปที่เวบไซต์ของกรมวิชาการนะครับเด่วผมโพสต์ข้างล่าง ส่วนผมขออธิบายแบบบ้านๆ นะครับ ว่าลักษณะอาการตามที่เห็นว่า เมื่อถั่วลิสงได้รับเชื้อแล้ว จะแสดงอาหาร ยอดเหี่ยวโค้งงอ แตกช่อมาก ดอกหล่น อีกไม่นานก็จะตายยุบทั้งต้น ซึ่งบางทีจะเห็นชัดตอนเราให้น้ำ จะตายยุบเป็นแถบ โดยใบล่างสุดจะไหม้เหลือง ยอดยุบ ตายในที่สุด บางทีตายยกแถวก็มีครับ จนต้องร้องเพลง "มันต้องถอน" เพราะสงสัยว่ามันเป็นไรถึงพร้อมใจกันตายได้มากกว่าขนาดนี้
เรื่องการแก้ไขปัญหาหรือลดการระบาดได้ดีเท่าที่ผมสังเกตุสังกาด้วยสองตาคือ การเลื่อนวันปลูกมีผลที่น่าพอใจ อีกทั้งเราจะได้ไม่ต้องเพิ่งสารเคมี ซึ่งนับเป็นทางออกที่ดี คือวางแผนการทำนาโดยใช้ข้าวพันธุ์เบาในแปลงที่เราจะปลูกถั่วลิสง ซึ่ีงยังไงก็แล้วแต่เราควรปลูกถั่วลิสงในช่วงปลายตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ดีที่สุด หลายพื้นที่ปลูกปลายเดือนธันวาคม เจอการระบาดหนักกว่าแปลงที่อยู่ข้างๆกัน วิธีการปลูกเหมือนกันแต่ปลูกคนละวัน พบความแตกต่างของการระบาดโรคแมลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสารเคมีที่ใช้ได้ดี คือ ฟิโฟนิล ชนิดน้ำ ฉีดพ่นเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไฟ พ่นซ้ำอีกสักสองสามครั้งทุก 3-5 วัน ช่วยลดจำนวนเพลี้ยไฟได้ดีครับ วิธีกลอีกวิธีผมถามท่าน ดร.ท่านนึงบอกว่า การใช้ระบบน้ำสปริงเกอร์ช้วยลดการระบาดของเพลี้ยไฟได้ เพราะเพลี้ยไฟมีปีกเหมือนนก เมื่อปีกถูกน้ำก็บินไม่ได้ครับและตายไปในที่สุด นั่นคือหากมีระบาดของเพลี้ยไฟแล้วฝนตกสักสองสามครั้ง ก็ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นครับ อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้คือ การปลูกระยะชิดขึ้น อาจใช้ระยะปลูก 15 cm. ก็ได้ครับ
ยังไงๆเราก็ต้องเรียนรู้และใช้ภูมิปัญญาที่มีอยู่ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะผมยกย่องพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรของผมในเรื่องการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาโดยตลอด การใช้สารสกัดอินทรีย์ก็ได้ครับ ต้องทดลอง ทดสอบนะครับ ดีกว่าปล่อยให้พืชที่เรารอคอยผลผลิตเสียหายไปต่อหน้าต่อตา เรียนรู้ร่วมกัน บูรณาการร่วมกันครับพี่น้องงงงงงงงงงงง.............
คำอธิบายรูปภาพครับ เรียงจากข้างบนลงมานะครับ
รูปที่ 1 (บนสุด)- นั่นล่ะครับ เพลี้ยอ่อนถั่ว(ยึ๋ย)
รูปที่ 2 - เพลี้ยจั๊กจั่นครับ ตัวเขียวๆๆ บินไวๆใช่เลย
รูปที่ 3 - ลักษณะการตายอันสาเหตุจากเชื้อ ไวรัส (GBNV)
รูปที่ 4 - ยอดเหี่ยวพับ ยุบ ตาย
รูปที่ 5 - ลักษณะการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ใบกระ ซีดเหลือง
รูปที่ 6 - การพ่นสารเคมีก็มีความจำเป็นหากพบการระบาด ฟิโฟนิลที่ผมใช้
รูปสุดท้าย (ล่างสุด) - ระยะออกดอกยังไม่เหลือครับ
22 กุมภาพันธ์ 2554
ขออนุญาตชี้แจง แถลงไขกับการหายตัวไปน๊าน........นาน
20:34 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
สวัสดีครับพี่น้องเกษตรกรและผู้ที่สนใจในเรื่องการเกษตรโดยเฉพาะถั่วลิสง ที่ผมอยู่ร่วมกับมันมาเกือบๆๆ 10 ปี ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตชี้แจงเหตุที่ไม่ได้อัพบล็อก นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ให้พี่น้องได้อ่านกัน เพราะ งานที่รุมเร้า ทั้งศึกนอก ศึกใน ยังกะกองทัพท่านโจโฉที่ยกมาตีเมืองท่านเล่าปี่ ใน สามก๊ก ยังไงยังงั้น เหนื่อยครับแต่ตราบที่ลมหายใจยังอุ่นๆ คงไม่มีอะไรให้ท้อครับ จริงป่ะครับพี่น้อง......(ไฮปาร์ค) เอาเป็นว่าจากนี้ไปผมจะนำเสนอเรื่องราวต่างๆๆต่อเนื่องกว่านี้นะครับ กราบขอ อภัย(มณี) มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
เกษตรกรส่วนใหญ่คงดูถั่วลิสงออกดอกไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สิ่งที่อยากฝากเตือนพี่น้องในช่วงนี้คือ สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น ลากยาวมานานเกือบสี่เดือน ความแห้งแล้ง จะทำให้ มีแมลงศัตรูพืชที่มาพร้อมๆ สภาพอย่างนี้ได้นะครับ เพลี้ยอ่อนถั่ว เพลี้๊ยจั๊กจั่น เพลี๊ยไฟ โดยเฉพาะเพลี๊ยไฟ ที่เป็นพาหะโรคยอดไหม้ ทำลายต้นถั่วได้ทุกระยะ ต้องระวังนะครับ หมั่นตรวจแปลงตอนเช้าๆ หรือ ตอนหัวค่ำ หากพบแมลงศัตรูพืชดังที่กล่าวมาแล้ว ควรใช้ยาฉีดพ่นนะครับ ยาที่ใช้ได้ดี เช่น ฟิโฟนิล หรือ อบาเม็กตรินก็เด่นครับ ใช้ได้ มิฉะนั้นอาจต้องหดหู่ใจกับต้นถั่วลิสงที่ใบแห้งกรอบ ยอดไหม้ตายลงทุกวันนะครับ วันนี้ผมไปเจอการระบาดของโรคยอดไหม้ที่กาฬสินธุ์แล้วเก็บภาพมาฝาก หากเกษตรกรท่านใดพบเจอลักษณะเหมือนภาพให้รีบฉีดพ่นยา นะครับ เดี๋ยวไปกระทบผลผลิตที่กำลังรอเก็บเกี่ยวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว เป็นกำลังใจให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้วยนะครับ เฮ่ยยยยยยย.....เห็นแล้วอ่อนใจกับอนาคตถั่วลิสงในประเทศเราซะเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนน......วันนี้ไปแล้วครับ
เกษตรกรส่วนใหญ่คงดูถั่วลิสงออกดอกไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สิ่งที่อยากฝากเตือนพี่น้องในช่วงนี้คือ สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น ลากยาวมานานเกือบสี่เดือน ความแห้งแล้ง จะทำให้ มีแมลงศัตรูพืชที่มาพร้อมๆ สภาพอย่างนี้ได้นะครับ เพลี้ยอ่อนถั่ว เพลี้๊ยจั๊กจั่น เพลี๊ยไฟ โดยเฉพาะเพลี๊ยไฟ ที่เป็นพาหะโรคยอดไหม้ ทำลายต้นถั่วได้ทุกระยะ ต้องระวังนะครับ หมั่นตรวจแปลงตอนเช้าๆ หรือ ตอนหัวค่ำ หากพบแมลงศัตรูพืชดังที่กล่าวมาแล้ว ควรใช้ยาฉีดพ่นนะครับ ยาที่ใช้ได้ดี เช่น ฟิโฟนิล หรือ อบาเม็กตรินก็เด่นครับ ใช้ได้ มิฉะนั้นอาจต้องหดหู่ใจกับต้นถั่วลิสงที่ใบแห้งกรอบ ยอดไหม้ตายลงทุกวันนะครับ วันนี้ผมไปเจอการระบาดของโรคยอดไหม้ที่กาฬสินธุ์แล้วเก็บภาพมาฝาก หากเกษตรกรท่านใดพบเจอลักษณะเหมือนภาพให้รีบฉีดพ่นยา นะครับ เดี๋ยวไปกระทบผลผลิตที่กำลังรอเก็บเกี่ยวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว เป็นกำลังใจให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้วยนะครับ เฮ่ยยยยยยย.....เห็นแล้วอ่อนใจกับอนาคตถั่วลิสงในประเทศเราซะเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนน......วันนี้ไปแล้วครับ
09 พฤศจิกายน 2553
"การปลูกถั่วลิสง" สิ้นสุดการรอคอย
07:35 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
เรื่องราววันนี้อาจเป็นบทความที่ยาวที่สุดในบล็อกของผมตั้งแต่เขียนมาเลย ก็ว่าได้ เพราะผมจะนำเสนอเรื่องราว การปลูกถั่วลิสง จากหลากหลายแหล่ง หลายหลายวิธีการ เรียกว่าเห็นกันหมดเปลือกในเรื่องการปลูกถั่วลิสง ในประเทศไทยกันเลย ซึ่งช่วงนี้ก็ถึงฤดูปลูกพอดี และเป็นคำถามที่เมล์มาถามผมมากที่สุดถึง 26 ฉบับ ขออนุญาตตอบพร้อมกันเลยนะครับ
วิธีแรกเป็นวิธีการที่สุดของที่สุดซึ่งแนะนำโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ผมแอบเอามาลงแบบละเอียดที่สุด ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณข้อมูลจากท่าน ดร.จวงจันทร์ ดวงพัตรา (ชื่อนี้ผมเอ่ยถึงบ่อยมากๆ ว่างเมื่อไหร่ผมจะเอาประวัติท่านมาลงให้นะครับ) และอาจารย์ปาริชาติ พรมโชติ บุคคลที่ส่งข้อมูลดีๆให้ผมนะครับ ซึ่งผมเองกล้า การันตีจากการทดลองปลูกด้วยตัวผมเอง ในพื้นที่นาที่ผมปลูกข้าวกินทุกวันนี้ล่ะครับ ว่าได้ผลผลิตดี เหมาะแก่การเผยแพร่แก่เพื่อนๆพี่น้อง เกษตรกรทุกท่าน เริ่มกันเลยนะครับ ขออนุญาติทำเป็นหัวข้อนะครับ จะได้อ่านง่ายๆ ส่วนรูปภาพขอลงท้ายบทความแล้วกันครับ
1. การเตรียมดิน และยกร่อง
-ปรับพื้นที่ ไถตากดินก่อนปลูกอย่างน้อย 7-14 วัน เก็บเศษซากพืชที่มีอยู่ในแปลงทิ้งเพื่อทำลายเชื้อโรคและศัตรูพืชที่อยู่ในดิน ไถยกร่อง ระยะห่างระหว่างร่อง 50 ซม.
2. การใส่ปุ๋ยรองพื้น
-หว่านปุ๋ยสูตร12-24-12 อัตรา 10 กก./ไร่ และ ปุ๋ยคอก ในอัตรา 200 กก./ไร่ โดยการหว่านกระจายให้ทั่วแปลงแล้วพรวนกลบลงดินก่อนปลูก (ทำขณะเตรียมดิน)
3. การเตรียมเมล็ดก่อนปลูก
- คลุกเมล็ดด้วยสารเคมีคาร์บอกซิน (ไวตาแวกซ์) ตามอัตราแนะนำข้างถุง (3 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม) และ
- คลุกเชื้อไรโซเบียมสำหรับถั่วลิสง อัตรา 200 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 12 กิโลกรัม (คลุกเคล้าเมล็ดถั่วลิสงด้วยน้ำหรือน้ำแป้งเปียกให้ทั่วแล้วเทเชื้อลงคลุก) เมล็ดที่คลุกเชื้อไรโซเบียมควรนำไปปลูกทันที ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 1 วัน
4. ระยะปลูกและการปลูก
- ระหว่างแถว 50 ซม. X ระหว่างหลุม 20 ซม. (1 แถว/แปลง)
- ปลูก 2 เมล็ดต่อหลุม หยอดลึก 3-5 ซม.ล
5. การให้น้ำ
- ปลูกเสร็จให้น้ำตามร่องทันที โดยให้น้ำ 2/3 ของความสูงของร่องน้ำ หลังจากนั้นควรให้น้ำทุกๆ 15 วัน และอย่าให้ถั่วลิสงขาดน้ำในระยะออกดอก (30-40 วันหลังงอก) จนถึงระยะแทงเข็ม (60 วันหลังงอก)
6. การใส่ปุ๋ยและสารปรับปรุงดินหลังปลูก
- หว่านปุ๋ยเคมีสูตร12-24-12 อัตรา30 กก./ไร่ โดยใส่โดยวิธีการขุดฝังเป็นจุดแล้วกลบ ตรงกึ่งกลางระหว่างต้นในแถวปลูกที่ระยะ20 วัน หลังเมล็ดงอก และ
- ใส่ยิปซัมอัตรา 25 กก./ไร่ เมื่อถั่วลิสงเริ่มออกดอกโดยใส่แบบแต่งหน้า (side dressing)ข้างแถวถั่วลิสง
7. การฉีดสารคุมวัชพืชก่อนงอก
- ฉีดยาคุมวัชพืชหลังจากปลูกแล้ว โดยใช้ อะลาคลอร์(แลสโซ่)/ออกซีฟลูออเฟน (โกล 2 อี) หรือ อิมาเซทธาเพอร์ (เปอร์ซูท) ตามอัตราแนะนำ ขณะที่ฉีดพ่นสารเคมี ดินควรมีความชื้นพอสมควร
8. การควบคุมวัชพืชหลังงอก
- ดายหญ้า 2 ครั้ง คือ เมื่อถั่วอายุ 15-20 วันและ30-45 วันหลังปลูก
9. การกำจัดโรคและแมลงฉีดพ่นสารเคมีตามความจำเป็นและการระบาดของโรคและแมลง
- หากพื้นที่มีปัญหาเสี้ยนดิน และปลวก ให้ใช้ คาร์โบฟูราน (ฟูราดาน) อัตรา 6-8 กก./ไร่ ใส่ลงดินรอบโคนต้นนะระยะที่ถั่วลิสงเริ่มแทงเข็ม (40-50 วัน)
- หากพบโรคใบจุด ราสนิม ให้ฉีดพ่นสารเช่น คลอโรธาโลนิล (ดาโคนิล)
- หากพบการระบาดของหนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน ฉีดพ่นด้วยคาร์โบซันแฟน (พอสส์ 20%EC) หรือ คาร์บาริล (เซฟวิน 85%WP) ตามอัตราที่แนะนำ ทุก 7-10 วัน ประมาณ 2-3 ครั้ง
10. การเก็บเกี่ยว
- สุ่มถอนต้นถั่วลิสงขึ้นมาดู เมื่อใกล้อายุเก็บเกี่ยวของแต่ละพันธุ์ หากมีฝักแก่ (เปลือกฝักด้านในมีสีน้ำตาลหรือดำ) ประมาณ 60-65% ของจำนวนฝักทั้งหมด เริ่มเก็บเกี่ยวได้ โดยถอนด้วยมือหรือขุด
11. การปลิดฝัก
- เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วให้ปลิดฝักทันที เลือกปลิดเฉพาะฝักที่แก่ และฝักที่ไม่เน่าเสียหาย หรืองอก
12. การตาก
- ตากฝักถั่วบนวัสดุรองรับ เช่น ผ้าใบ ตารข่ายไนล่อนชนิดตาถี่ เกลี่ยกองถั่วให้บางสม่ำเสมอ (ไม่ควรเกิน 5 ซม.) ตากประมาณ 4-6 วัน จนควรชื้นลดลงต่ำกว่า 9 % ฝักที่แห้งเมื่อเขย่าจะเกิดเสียงเมล็ดกระทบเปลือกฝัก ในขณะที่ตากระวังอย่าให้ถั่วลิสงถูกฝน
13. การเก็บรักษา
- ทำความสะอาดฝักโดยการร่อนดินออกก่อน คัดแยกฝักเสีย เก็บฝักดี และบรรจุฝักถั่วในกระสอบป่าน นำไปเก็บในโรงเก็บที่อากาศถ่ายเทได้ดี มีหลังคา ไม่มีหนู มอดและแมลงอื่นๆ ควรมีท่อนไม้หรือแคร่รองรับกระสอบที่อยู่ชั้นล่างสุด อย่าให้กระสอบสัมผัสพื้นโดยตรง
วิธีแรกเป็นวิธีการที่สุดของที่สุดซึ่งแนะนำโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ผมแอบเอามาลงแบบละเอียดที่สุด ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณข้อมูลจากท่าน ดร.จวงจันทร์ ดวงพัตรา (ชื่อนี้ผมเอ่ยถึงบ่อยมากๆ ว่างเมื่อไหร่ผมจะเอาประวัติท่านมาลงให้นะครับ) และอาจารย์ปาริชาติ พรมโชติ บุคคลที่ส่งข้อมูลดีๆให้ผมนะครับ ซึ่งผมเองกล้า การันตีจากการทดลองปลูกด้วยตัวผมเอง ในพื้นที่นาที่ผมปลูกข้าวกินทุกวันนี้ล่ะครับ ว่าได้ผลผลิตดี เหมาะแก่การเผยแพร่แก่เพื่อนๆพี่น้อง เกษตรกรทุกท่าน เริ่มกันเลยนะครับ ขออนุญาติทำเป็นหัวข้อนะครับ จะได้อ่านง่ายๆ ส่วนรูปภาพขอลงท้ายบทความแล้วกันครับ
1. การเตรียมดิน และยกร่อง
-ปรับพื้นที่ ไถตากดินก่อนปลูกอย่างน้อย 7-14 วัน เก็บเศษซากพืชที่มีอยู่ในแปลงทิ้งเพื่อทำลายเชื้อโรคและศัตรูพืชที่อยู่ในดิน ไถยกร่อง ระยะห่างระหว่างร่อง 50 ซม.
-หว่านปุ๋ยสูตร12-24-12 อัตรา 10 กก./ไร่ และ ปุ๋ยคอก ในอัตรา 200 กก./ไร่ โดยการหว่านกระจายให้ทั่วแปลงแล้วพรวนกลบลงดินก่อนปลูก (ทำขณะเตรียมดิน)
3. การเตรียมเมล็ดก่อนปลูก
- คลุกเมล็ดด้วยสารเคมีคาร์บอกซิน (ไวตาแวกซ์) ตามอัตราแนะนำข้างถุง (3 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม) และ
- คลุกเชื้อไรโซเบียมสำหรับถั่วลิสง อัตรา 200 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 12 กิโลกรัม (คลุกเคล้าเมล็ดถั่วลิสงด้วยน้ำหรือน้ำแป้งเปียกให้ทั่วแล้วเทเชื้อลงคลุก) เมล็ดที่คลุกเชื้อไรโซเบียมควรนำไปปลูกทันที ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 1 วัน
4. ระยะปลูกและการปลูก
- ระหว่างแถว 50 ซม. X ระหว่างหลุม 20 ซม. (1 แถว/แปลง)
- ปลูก 2 เมล็ดต่อหลุม หยอดลึก 3-5 ซม.ล
5. การให้น้ำ
- ปลูกเสร็จให้น้ำตามร่องทันที โดยให้น้ำ 2/3 ของความสูงของร่องน้ำ หลังจากนั้นควรให้น้ำทุกๆ 15 วัน และอย่าให้ถั่วลิสงขาดน้ำในระยะออกดอก (30-40 วันหลังงอก) จนถึงระยะแทงเข็ม (60 วันหลังงอก)
6. การใส่ปุ๋ยและสารปรับปรุงดินหลังปลูก
- หว่านปุ๋ยเคมีสูตร12-24-12 อัตรา30 กก./ไร่ โดยใส่โดยวิธีการขุดฝังเป็นจุดแล้วกลบ ตรงกึ่งกลางระหว่างต้นในแถวปลูกที่ระยะ20 วัน หลังเมล็ดงอก และ
- ใส่ยิปซัมอัตรา 25 กก./ไร่ เมื่อถั่วลิสงเริ่มออกดอกโดยใส่แบบแต่งหน้า (side dressing)ข้างแถวถั่วลิสง
7. การฉีดสารคุมวัชพืชก่อนงอก
- ฉีดยาคุมวัชพืชหลังจากปลูกแล้ว โดยใช้ อะลาคลอร์(แลสโซ่)/ออกซีฟลูออเฟน (โกล 2 อี) หรือ อิมาเซทธาเพอร์ (เปอร์ซูท) ตามอัตราแนะนำ ขณะที่ฉีดพ่นสารเคมี ดินควรมีความชื้นพอสมควร
8. การควบคุมวัชพืชหลังงอก
- ดายหญ้า 2 ครั้ง คือ เมื่อถั่วอายุ 15-20 วันและ30-45 วันหลังปลูก
9. การกำจัดโรคและแมลงฉีดพ่นสารเคมีตามความจำเป็นและการระบาดของโรคและแมลง
- หากพื้นที่มีปัญหาเสี้ยนดิน และปลวก ให้ใช้ คาร์โบฟูราน (ฟูราดาน) อัตรา 6-8 กก./ไร่ ใส่ลงดินรอบโคนต้นนะระยะที่ถั่วลิสงเริ่มแทงเข็ม (40-50 วัน)
- หากพบโรคใบจุด ราสนิม ให้ฉีดพ่นสารเช่น คลอโรธาโลนิล (ดาโคนิล)
- หากพบการระบาดของหนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน ฉีดพ่นด้วยคาร์โบซันแฟน (พอสส์ 20%EC) หรือ คาร์บาริล (เซฟวิน 85%WP) ตามอัตราที่แนะนำ ทุก 7-10 วัน ประมาณ 2-3 ครั้ง
10. การเก็บเกี่ยว
- สุ่มถอนต้นถั่วลิสงขึ้นมาดู เมื่อใกล้อายุเก็บเกี่ยวของแต่ละพันธุ์ หากมีฝักแก่ (เปลือกฝักด้านในมีสีน้ำตาลหรือดำ) ประมาณ 60-65% ของจำนวนฝักทั้งหมด เริ่มเก็บเกี่ยวได้ โดยถอนด้วยมือหรือขุด
11. การปลิดฝัก
- เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วให้ปลิดฝักทันที เลือกปลิดเฉพาะฝักที่แก่ และฝักที่ไม่เน่าเสียหาย หรืองอก
12. การตาก
- ตากฝักถั่วบนวัสดุรองรับ เช่น ผ้าใบ ตารข่ายไนล่อนชนิดตาถี่ เกลี่ยกองถั่วให้บางสม่ำเสมอ (ไม่ควรเกิน 5 ซม.) ตากประมาณ 4-6 วัน จนควรชื้นลดลงต่ำกว่า 9 % ฝักที่แห้งเมื่อเขย่าจะเกิดเสียงเมล็ดกระทบเปลือกฝัก ในขณะที่ตากระวังอย่าให้ถั่วลิสงถูกฝน
13. การเก็บรักษา
- ทำความสะอาดฝักโดยการร่อนดินออกก่อน คัดแยกฝักเสีย เก็บฝักดี และบรรจุฝักถั่วในกระสอบป่าน นำไปเก็บในโรงเก็บที่อากาศถ่ายเทได้ดี มีหลังคา ไม่มีหนู มอดและแมลงอื่นๆ ควรมีท่อนไม้หรือแคร่รองรับกระสอบที่อยู่ชั้นล่างสุด อย่าให้กระสอบสัมผัสพื้นโดยตรง
วิธีต่อมาเป็นวิธีที่ผมเห็นปลูกกันมาก ในจังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะเป็นวิธีที่แนะนำโดยบริษัท แม่รวยการเกษตร (โก๋แก่) จำกัด ผมเองก็ปลูกวิธีนี้มาสามปีแล้ว ได้ผลผลิต 300 - 350 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งถือว่า "เยี่ยม" วิธีหนึ่ง และผมเคยลงแล้วในบล็อกตอนต้นๆปี แต่ขออนุญาต ลงในบทความนี้อีกทีนะครับ และมีแผ่นพับมาให้ดูด้วยครับ ตามนี้เลยครับ
17 ตุลาคม 2553
ลองมาแล้วววววว!!!!! พันธุ์ มข.60
23:37 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
ปลายฝนต้นหนาวมาถึงแล้ว แถวบ้านเรียก "ลมพัดข้าวดอ" เป็นสัญญาณบอกว่าเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ดูข่าววันนี้ต้องส่งแรงใจให้พี่น้องแถบ โคราชบ้านเอ็งนะครับเจอฝนกระหน่ำน้ำจากเขาใหญ่ท่วมจนเป็นเมืองใต้บาดาลไปในพริบตา ส่งใจอีกแรงใจนะครับ วันนี้เป็นอีกวันที่ผมจะลงเรื่องพันธุ์ถั่วลิสง ซึ่งผมลงมาแล้ว....กี่พันธุ์อ่ะ....ขอนแก่น 5 ขอนแก่น 6 กาฬสินธุ์ 1 และ สข.38 วันนี้ผมจะแนะนำพันธุ์ มข.60 อีกพันธุ์นะครับ เป็นอีกพันธุ์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยท่าน ดร. อารันต์ พัฒโนทัย จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเมล็ดโต ศ.ดร.อารันต์และทีมวิจัยจึงได้ดำเนินการพัฒนาพันธุ์ถั่วลิสงเมล็ดโตอย่างต่อเนื่อง มข 60.ก็เป็นอีกพันธุ์ อายุสั้นเท่าๆ กับพันธุ์เมล็ดเล็ก (ประมาณ 110 วัน) ลำต้นไม่เลื้อย ตั้งต้นมากๆๆ ผมเอามาปลูกถึงกับอึ้ง เพราะใบเขียวเข้ม ลำต้นตั้งตรง ติดฝักกระจุก แต่ผมทดลอง 2 ฤดูปรากฏว่า มีปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยว เพราะเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวหรือได้อายุ ต้นถั่วพันธุ์นี้ลำต้นจะโทรมและเปื่อยเร็วมาก ทำให้เวลาถอน โคนต้นขาดง่าย แล้วถั่วลิสงที่เก็บเกี่ยวตามอายุจะได้ถั่วอ่อน คือ 110 วันผมทดลองปลูกได้ผลเหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง ปีนี้ผมจะทดลองอีกครั้งโดยจะเก็บข้อมูลอย่างละเอียดและนำมาเผยแพร่ให้อีกนะครับ แต่ต้องยอมรับถึงขนาดเมล็ดที่โตได้ใจเมื่อเทียบกับพันธุ์เมล็ดโตอื่น และลำต้นยังตั้งตรงดูแลกำจัดวัชพืชหรือตรวจแปลงได้ง่าย เราต้องยกนิ้วให้ผู้ปรับปรุงพันธุ์ถั่วลิสงนะครับเพราะกว่าจะมาเป็นเมล็ดพันธุ์ให้เราได้ปลูก ต้องใช้เวลาเป็นสิบๆปี ขอให้กำลังใจท่าน ศ.ดร.อารันต์และทีมวิจัย ที่ยังให้ความสำคัญและเสียสละเวลาทำเพื่อคนติดดินอย่างเรา......(ยกนิ้วให้ครับ)
22 กันยายน 2553
ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ บ้านนี้เมืองนี้มีถั่วลิสง
03:17 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
ช่วงนี้มีเวลามานั่งเขียนบล็อกแบ่งปันเรื่องราวให้เพื่อนๆได้บ่อยและต่อเนื่องขึ้น เพราะเจ้าเทคโนโลยีที่ก้าวไกลมันอำนวยความสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆๆนั่นเอง ผมขอขอบคุณเพื่อนๆที่เมล์มาสอบถามเรื่องราวต่างๆมากมาย จากที่ต่างๆๆกัน ยังไงต้องออกตัวก่อนว่า นานๆทีผมมีโอกาสมานั่ง เชคเมล์อาจตอบล่าช้าไปบ้าง ไม่ว่ากันนะครับ เรื่องราววันนี้ขอเจาะแหล่งถั่ว ฤดูฝนที่ผมผ่านมาผ่านไปบ่อยๆๆ กับสองจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเซียนถั่วลิสงในภาคอิสานเลยทีเดียว ร้อยเอ็ดขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ในอดีตแต่ปัจจุบัน กลายเป็นแหล่งข้าวหอมมะลิที่สำคัญของโลกไปแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทราย ปลูกอะไรๆก็มักได้ผลที่ไม่ค่อยดีนัก ถั่วลิสงก็มีปลูกเรียกว่า ประปราย แหล่งใหญ่ของจังหวัดอยู่อำเภอ หนองพอก ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 1,500 ไร่ในฤดูฝน มีผลผลิตรวมกันมากกว่า 350 ตันต่อปีเลยทีเดียว ผมเดินทางผ่านไปในช่วงที่เกษตรกรส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวผลผลิตพอดี จึงได้มีโอกาสเก็บภาพมาฝากกัน
ส่วนวิธีการปลูก ก็ใช้รถไถเดินทางตามทำร่องแล้วหยอดเมล็ดตามร่อง เป็นแนวยาว วนรถกลับมากลบเมล็ดอีกครั้งทำวนไปจนเสร็จซึ่งประหยัดเวลาและแรงงานได้ดี เกษตรกรหลายรายใส่ปุ๋ยอัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่โดยใช้ปุ๋ยที่เหลือจาการทำนาข้าวมาใส่จึงไม่สามารถสรุปสูตรได้ครับ จากนั้นรอเก็บเกี่ยวอย่างเดียว ปัญหาที่พบในปีนี้คือ ความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกช่วงถั่วออกดอก ทำให้ติดฝักน้อย เมล็ดลีบเป็นส่วนมาก (ไม่รู้จะช่วยยังไงเน๊าะ...ฝนไม่ตกนี่) แต่พอที่จะมีรายได้ เนื่องจากราคาขายปีนี้ขยับ ขึ้นมาจากปีที่แล้วกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัมโดยจำหน่ายได้ กิโลกรัมละ 20-25 บาทเลยครับพี่น้อง โห ราคาดีมากๆๆ แต่หันกลับมาดูต้นทุนถึงกับยิ้มไม่ออกเพราะ ค่าแรงงานที่ใช้เก็บเกี่ยวและปลิดฝัก ต้องเรียกว่า เว่อร์ครับ แรงงาน จ้างถอนถั่ว วันละ 180-200 บาทต่อวันต่อคน ค่าปลิดฝักคิดเป็นปี๊ป ปี๊ปละ 15-25 บาท โหหหหหหห ค่าปลิดฝักเฉลี่ยกิโลกรัมเดียวต้องจ้างปลิดฝักกว่า 3 บาทเลยอ่ะครับ การเก็บเกี่ยวหากปลิดไม่ทันก็ใช้วิธีตัดใบ มัดเป็นกระจุกแขวนด้วยไม้ไผ่ สอดไว้ใต้ถุนบ้าน สวยงามและเป็นระเบียบน่าชื่นชมภูมิปัญญาชาวบ้าน เดินมาอีกหลังต้องงง กับแท่นไม้นึกว่า พี่แกทอผ้าไหม จ๊ากกกกกกกกก เครื่องฟาดถั่ว ซึ่งเกษตรกรรายนี้บอกว่าจ้างไม่ไหวจึงดัดแปลงกี่กระตุกมาฟาดถั่วลิสงแทนซึ่งก็ประหยัดเวลาแรงงานได้ดีเยี่ยมก็โอเคนะครับ(ภาพบนสุด) ส่วนอีกจังหวัดคือ กาฬสินธุ์เมืองน้ำดำ ที่น้ำใจผู้คนใสสะอาดจริงๆต้องยอมรับ เกษตรกรยิ้มแย้มแจ่มใส และมีฐานะพอสมควรมีรถไถ รถสิบล้อ ขนส่งสินค้าเกษตร อย่างอ้อย มันสำปะหลัง ทีทำครั้งละหลายร้อย ที่ผมพูดคือ อำเภอคำม่วง ซึ่งมีไร่อ้อยเป็นส่วนมาก เกษตรกรปลูกเหมือนกันเด๊ะกับเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด เก็บเกี่ยวเหมือนกันเด๊ะ ยังกะฝาแฝด มีแตกต่างกันคือ ต้นทุน ที่คำม่วงจ้างปลิดฝักถึงปี๊ปละ 35 บาท ฟังแล้วช็อค เพราะถือว่าสูงมากผลผลิตที่นี่ถือว่า ดีมากครับเฉลี่ย ไร่ละ 280 กิโลกรัมในฤดูฝนปัญหาก็คล้ายกับที่ร้อยเอ็ดคือแห้งแล้งถั่วเมล็ดลีบ ติดฝักไม่ดี ถั่วลิสงถูกมัดจุกแขวนเต็มใต้ถุนบ้านเช่นเดียวกับร้อยเอ็ด มีการใช้ไม้ไผ่พาดฟาดถั่วเพราะต้นทุนแรงงานแพงเกิ๊นนน นี่คงเป็นปัญหาที่รอเทวดาสมองใสคิดเครื่องปลิดฝักที่ใช้แล้วเวิร์ค มาให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสงที่ถามหากันแทบทุกราย ผมขอบนบาน "เทวาดา" ช่วยด้วย....อีกแรง
20 กันยายน 2553
ต้นทุนการปลูกถั่วลิสงที่ใครๆถามมา...จัดไปครับบบบบบ
20:34 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
จั่วไว้เพราะเป็นคำถามยอดฮิตในการตัดสินใจปลูกหรือทำธุรกิจที่มองเป็นเศรษฐศาสตร์มากที่สุดในกระบวนการผลิต เรื่องนี้อยากเขียนมานานมากแล้วครับ แต่รออัพเดทล่าสุดเรื่องเมล็ดพันธุ์ใน ฤดูปลูกแล้ง /2553 นี้จนแน่ใจว่านี่เป็นข้อมูลล่าสุดที่ผมเก็บมาจากเกษตรกร กว่า 500 รายในแถบภาคอีสานเกือบทุกจังหวัดครับ ซึ่งพอจะอ้างอิงในเชิงวิชาการได้ พอสรุปได้ดังนี้ครับ
ต้นทุนการผลิตถั่วลิสง พันธุ์ ไทนาน 9 ขนาด 1 ไร่ (ฤดูแล้ง)
ระยะปลูก 20 x 85 ซม. (ระหว่างต้น x ระหว่างแถว) ปลูก 2 แถว
1. ต้นทุนคงที่
1.1 ค่าเช่าที่ดิน 300
1.2 ค่าเสื่อมอุปกรณ์การเกษตร 150
รวม 450
2. ต้นทุนผันแปร
2.1 แรงงาน
2.1.1 เตรียมดิน 400 ไถพรวน + คราดย่อยดิน+ ยกร่อง
2.1.2 เตรียมพันธุ์และปลูก 350 กะเทาะเปลือก+ ปลูก 2 คน
2.1.3 ดูแลรักษา 500 กำจัดวัชพืช + ให้น้ำ
2.1.4 เก็บเกี่ยว 300 แรงงาน 2 คน
2.1.5 การจัดการหลังเก็บเกี่ยว 1000 ปลิดฝัก + ตากแห้ง 4 แดด
รวม 2,550 บาท
2.2 ค่าวัสดุ
2.2.1 เมล็ดพันธุ์ 750 ถั่วฝัก 40 กก.
2.2.2 ค่าปุ๋ย 750 สูตร 15-15-15(50 ก.ก.)หรือ 12-24-12(30ก.ก.)
2.2.3 ค่าสารเคมี 120 สารกำจัดแมลง โรคพืช สารกำจัดวัชพืช
2.2.4 ค่าอุปกรณ์การเกษตรและวัสดุอื่น ๆ 100
รวม 1,720
รวมต้นทุนการผลิต 4,720 บาท
ต้นทุน / กิโลกรัม 13.48 บาท
ผลผลิต (กก./ไร่) 300 กก. ราคา กก.ละ 25 บาท 7,500 บาท
กำไรสุทธิ / ไร่ 2,780
ต้นทุนคิดแบบละเอียดพอสมควร ส่วนผลผลิตที่ได้คิดเฉลี่ยจากเกษตรกรครับ ซึ่งถือว่าสูงมากนะครับ เพราะโดยเฉลี่ยไทยเราประมาณ 250 กิโลกรัม(เด่วมาอัพวิเคราะห์ต้นทุนให้นะครับ)
ต้นทุนการผลิตถั่วลิสง พันธุ์ ไทนาน 9 ขนาด 1 ไร่ (ฤดูแล้ง)
ระยะปลูก 20 x 85 ซม. (ระหว่างต้น x ระหว่างแถว) ปลูก 2 แถว
1. ต้นทุนคงที่
1.1 ค่าเช่าที่ดิน 300
1.2 ค่าเสื่อมอุปกรณ์การเกษตร 150
รวม 450
2. ต้นทุนผันแปร
2.1 แรงงาน
2.1.1 เตรียมดิน 400 ไถพรวน + คราดย่อยดิน+ ยกร่อง
2.1.2 เตรียมพันธุ์และปลูก 350 กะเทาะเปลือก+ ปลูก 2 คน
2.1.3 ดูแลรักษา 500 กำจัดวัชพืช + ให้น้ำ
2.1.4 เก็บเกี่ยว 300 แรงงาน 2 คน
2.1.5 การจัดการหลังเก็บเกี่ยว 1000 ปลิดฝัก + ตากแห้ง 4 แดด
รวม 2,550 บาท
2.2 ค่าวัสดุ
2.2.1 เมล็ดพันธุ์ 750 ถั่วฝัก 40 กก.
2.2.2 ค่าปุ๋ย 750 สูตร 15-15-15(50 ก.ก.)หรือ 12-24-12(30ก.ก.)
2.2.3 ค่าสารเคมี 120 สารกำจัดแมลง โรคพืช สารกำจัดวัชพืช
2.2.4 ค่าอุปกรณ์การเกษตรและวัสดุอื่น ๆ 100
รวม 1,720
รวมต้นทุนการผลิต 4,720 บาท
ต้นทุน / กิโลกรัม 13.48 บาท
ผลผลิต (กก./ไร่) 300 กก. ราคา กก.ละ 25 บาท 7,500 บาท
กำไรสุทธิ / ไร่ 2,780
ต้นทุนคิดแบบละเอียดพอสมควร ส่วนผลผลิตที่ได้คิดเฉลี่ยจากเกษตรกรครับ ซึ่งถือว่าสูงมากนะครับ เพราะโดยเฉลี่ยไทยเราประมาณ 250 กิโลกรัม(เด่วมาอัพวิเคราะห์ต้นทุนให้นะครับ)
18 สิงหาคม 2553
ย่องเบา...เข้าแดนถั่วลิสง มุกดาหาร
10:06 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
03 สิงหาคม 2553
ถั่วลิสง : รักเธอ “ยิปซั่ม”(Gypsum)
07:43 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ
วันนี้ผมขอนำเสนอในเรื่อง ยิปซั่ม ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ ว่าสามารถเพิ่มผลผลิตให้ถั่วลิสงได้จริง ทั้งงานวิจัย ทดลอง ต่าง ๆ แต่มุมที่ผมอยากนำเสนอคือว่า ทำไม "ยิปซั่ม" จึงเพิ่มผลผลิตถั่วลิสงได้ มีบทความมากมายนะครับ ที่มีข้อมูลเชิงวิจัย ผมขอใช้สำนวนเป็นภาษาชาวบ้านเพื่อสื่อสารให้เข้าใจง่าย ๆ แล้วกันนะครับ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจ ถั่วลิสง ชอบกินอะไรก่อนนะครับ ถั่วลิสงเป็นพืช ที่มีความต้องการเหมือนพืชชนิดอื่น และเราต้องเข้าใจว่าการจัดการดิน การใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมกับความต้องการของถั่วลิสงก็เป็นการเพิ่มผลผลิตเช่นกัน
การใช้ประโยชน์จากยิปซั่มต่อการเกษตร มีหลากหลาย เช่น การใช้เพื่อปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของดิน ใช้เพื่อลดระดับความเค็มของดิน ส่วนที่ใช้ในถั่วลิสงเป็นการให้ปุ๋ยเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร โดยการโรยข้างแถวปลูกหรือหว่านในแปลงปลูกถั่วลิสง ก่อนถั่วลิสงออกดอก หรือหลังใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 หรือประมาณ 45 วันหลังปลูก ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะถั่วลิสงต้องการธาตุแคลเซียมในปริมาณมาก โดยเฉพาะการปลูกถั่วลิสงในดินทราย ซึ่งถั่วลิสงจะใช้ธาตุแคลเซียมเพื่อพัฒนาคุณภาพและความสมบูรณ์ฝักและเมล็ด พูดแบบชาวบ้านคือ ทำให้ได้ถั่วเมล็ดเต็ม ไม่ลีบนั่นเอง ซึ่งผมสำรวจราคา ณ วันนี้ที่วางขายตามร้านค้าปุ๋ยวัสดุการเกษตร มีสองสามยี่ห้อ แพงสุด 25 กิโลกรัม ราคาขายปลีก 160 บาท ถูกสุด ก็ 50 กิโลกรัม ราคา 250 บาท ซึ่งดูแล้วเกรดก็ใกล้เคียงกันครับ เอาเป็นว่า 1 ไร่เรามีค่า ยิปซั่ม ประมาณ 300 บาทแล้วกันครับ ถือว่าถูกมากๆๆๆๆๆๆๆ เมื่อเทียบกับต้นทุนอื่นๆ ดังนั้นผมจึงสรุปและเหมาเอาได้เลยว่า ปลูกถั่วลิสงครั้งคราใดอย่าลืมใส่ยิปซั่มด้วยนะครับ..................... “เพราะเราคู่กัน”
03 กรกฎาคม 2553
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
23:06 | Posted by
peanut |
แก้ไขบทความ

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่ประชาชน สองฝั่งลำน้ำก่ำในเขตสกลนครและนครพนม ทูลเกล้าขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร รวมทั้งอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯจึงทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่14, 18และ 23พฤศจิกายน2535 ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและทรงวางโครงการโดยพระองค์เอง ดังภาพร่างเค้าโครงพระราชทาน (แสดงในรูปนะครับ) เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณ 2 ฝั่งลำน้าก่ำ ลำน้ำก่ำเริ่มจากหนองหาน อำเภอเมือง สกลนครครับ ไหลลงแม่น้ำโขง ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนมครับ ซึ่ง ทางกรมชลประทานได้ศึกษาและกำหนดลักษณะโครงการ เป็นการก่อสร้างประตุระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำและยกระดับน้ำให้สูงขึ้น จำนวน 7 แห่ง พร้อมทั้งก่อสร้าง ระบบส่งน้ำ รวมทั้งบึงขนาดใหญ่ จำนวน 15 แห่ง พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ ประมาณ 165,500 ไร่ ปัจจุบันแล้วเสร็จไปแล้ว 4 แห่งมีระบบชลประทาน เป็นแบบสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 39,000 ไร่ ร่ายรายละเอียดที่มาที่ไปคร่าวๆๆนะครับ คำถามนะครับ "แล้วมันเกี่ยว'ไรกะถั่วฟะ" เอ่อเกี่ยวซิครับ เกี่ยวมากด้วย ก็เพราะคนปลูกถั่วต้องอาศัยระบบชลประทานเหล่านี้ในการปลูกถั่วลิสงและทำการเกษตร ผมบอกได้เลย หากโครงการนี้แล้วเสร็จ แหล่งถั่วลิสงแห่งใหม่ก็คือพื้นที่รอบๆๆโครงการนี้ล่ะครับ เป็นหมื่นๆไร่ ซึ่งที่ผมนำเสนอเรื่องนี้ เพราะผมมีโอกาสเดินทางเยี่ยมชมโครงการ ที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง กับท่าน ดร.วิโรจน์ อิ่มพิทักษ์ กรรมการบริหาร ธกส. และคณะทำงานหลายฝ่าย ผอจ.สกลนคร ผอจ.นครพนม เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลายๆๆหน่วยงาน ร่วมกันลงพื้นที่ เพื่อวางนโยบาย และรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกร เพื่อรองรับชลประทานที่จะแล้วเสร็จ เพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งที่แรกที่ผมไปคือ โครงการแก้มลิงหนองบึงแดง อ.เมือง จ.สกลนครซึ่งกำลังอยู่ระหว่าง ใกล้แล้วเสร็จ นั่งโต๊ะกลมคุยกันโดยท่าน ดร.วิโรจน์ เป็นกันเองมากๆครับ หนองบึงแดง เป็นหนองขนาดใหญ่ครับ ซึ่งอยู่ในหมูบ้านบึงแดง ตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โครงสร้างเกือบเสร็จแล้วครับ ซึ่งได้นายกอบต.โคกก่อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกือบทั้งตำบลมาร่วมเสวนา ซึ่งสรุปคร่าว ๆได้ว่า ทาง ธกส. จะสนับสนุสินเชื่อ ร่วมกับดึงงบ อบต. มาช่วยสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งจะรับน้ำจากหนองบึงแดงอีกทอดหนึ่ง กักเก็บเป้นทอดๆๆ เพื่อขยายพื้นที่รอบๆให้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการอย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่วมทั้งให้สินเชื่อกับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ชลประทานดังกล่าว อีกทั้งยังส่งเสริม สนับสนุน หน่วยงานเอกชนที่มีศักภาพในการส่งเสริมพืชฤดูแล้ง มาช่วยอีกแรง นับว่าเป็นนโยบายที่สวยหรู น่าชื่นชม ชื่นใจ ออกจากหนองบึงแดง ผมไม่ได้ร่วมเดินทางไปอีกโครงการ แต่ผมมานั่งรอที่ประตูระบายน้ำน้ำก่ำตอนล่าง(ดังรูปภาพนะครับ) พอผมเข้าไป พื้นที่ ต้องบอกว่า สวยงามมากๆครับ วันนั้นแดดจัด บรรยากาศร้อนมากมาย แต่ได้วิว บรรยากาศประตูระบายน้ำมาตัดทำให้ผมแอบยิ้ม กับความสุขเล็กๆ รอแป๊ปเดียวครับ คณะท่าน ดร.วิโรจน์ก็เดินทางมาถึง ฟังบรรยายสรุปงานโครงการจากกรมชลประทาน สรุปเล่าถึงที่มาที่ไปโครงการ อนาคต เป้าหมาย การดำเนินงานต่างๆๆละเอียดยิบ ซึ่งมีภาพตอนนึงซึ่งเป็นภาพร่างเค้าโครงพระราชทานแสดงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ ขนลุกนะครับ เป็นภาพวาดจากฝีพระหัตจริงๆๆ ผมดูแล้วอึ้ง ต้องบอกว่าเราโชคดีมากๆๆที่เกิดมาเป็นคนไทย เกิดมาอยู่ใต้พระบารมีของพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนพืชฤดูแล้งที่ใช้ประโยชน์จากโครงการ มีมันฝรั่ง มะเขือเทศ แตงโม ข้าวโพด แต่ผมไม่ยักเห็นถั่วลิสง ผมจึงมีแนวคิดที่จะร่วมสนับสนุนส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการเพาะปลูกพืช เกือบๆๆ บ่าย สองครับ หิวมาก ไปทานข้าวกันที่ อำเภอธาตุพนม ร้านบ้านเพื่อนๆท่าน ดร.วิโรจน์ ครับ เมนูคงหนีไม่พ้นปลาน้ำโขง มาทุกรูปแบบครับ ต้มยำ ลาบ ทอด อิ่มอร่อยทั้งคณะ ฟังท่าน ดร.วิโรจน์และเพื่อนขับกล่อมสุนทราภรณ์ ยังกะนั่งในโรงแรม 5 ดาว หาใดเหมือน......(แซบบบบบบบบ) อิ่มจังตังค์อยู่ครบ!!!!!! ออกเดินทางต่อ ไป ที่ ภูพานน้อยอนุสรณ์สถานแห่งความสงบ ตั้งอยู่บนภูพานน้อย ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม บนถนนสายดงหลวง - นาแก ซึ่งตรงนี้เป็นสถานที่ที่มีการทำงานของชุมชนในตำบลพิมาน โฮมสเตย์ บ้านพัก จัดอบรมสัมมนา วันนั้นฝนตกปรอยๆ บรรยากาศดีมาก ซึ่งคณะท่าน ดร.วิโรจน์ ติดตามงานที่มาให้แผนงานในครั้งก่อนซึ่งก็มีการปฏิบัติตามแผนเป็นอย่างดี ทั้งการเพิ่มผลผลิตข้าว การรวมกลุ่มแม่บ้านต่าง ๆ การปลูกเงาะซึ่งอร่อย หวานๆๆๆไม่แพ้เงาะจันทบุรีเลยครับ ผมติดตามได้พักใหญ่ ต้องขอตัวกลับก่อนคณะท่าน เพราะผม แอบติดตามไปดู ระบบชลประทาน ในการเดินทางครั้งนี้ขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุกูล วัฒนสุข ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม.เกษตร สกลนคร ที่กริ๊งกร๊างให้ผมร่วมติดสอยห้อยตามไปด้วย สนุกได้เปิดหูเปิดตากับโครงการดีๆที่ไม่ค่อยนำมาพูดถึง "ปิดทองหลังพระ" สุภาษิตนี้ยังคงขลังเช่นเคยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

































