พีนัทบอสบล็อกกลับมาแล้วครับ

พีนัทบอสบล็อกกลับมาแล้วครับ

ถั่วลิสงเป็นพืชที่ควรหมุนเวียนในระบบปลูกพืชของไทย

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน เรื่องราวในบล็อกจะถูกจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ ร่วมสร้างชุมชนออนไลน์คุณภาพ
22 กันยายน 2553

              ช่วงนี้มีเวลามานั่งเขียนบล็อกแบ่งปันเรื่องราวให้เพื่อนๆได้บ่อยและต่อเนื่องขึ้น เพราะเจ้าเทคโนโลยีที่ก้าวไกลมันอำนวยความสะดวกมากขึ้นเรื่อยๆๆนั่นเอง ผมขอขอบคุณเพื่อนๆที่เมล์มาสอบถามเรื่องราวต่างๆมากมาย จากที่ต่างๆๆกัน ยังไงต้องออกตัวก่อนว่า นานๆทีผมมีโอกาสมานั่ง เชคเมล์อาจตอบล่าช้าไปบ้าง ไม่ว่ากันนะครับ เรื่องราววันนี้ขอเจาะแหล่งถั่ว ฤดูฝนที่ผมผ่านมาผ่านไปบ่อยๆๆ กับสองจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเซียนถั่วลิสงในภาคอิสานเลยทีเดียว  ร้อยเอ็ดขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ในอดีตแต่ปัจจุบัน กลายเป็นแหล่งข้าวหอมมะลิที่สำคัญของโลกไปแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทราย ปลูกอะไรๆก็มักได้ผลที่ไม่ค่อยดีนัก ถั่วลิสงก็มีปลูกเรียกว่า ประปราย แหล่งใหญ่ของจังหวัดอยู่อำเภอ หนองพอก ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 1,500 ไร่ในฤดูฝน มีผลผลิตรวมกันมากกว่า 350 ตันต่อปีเลยทีเดียว ผมเดินทางผ่านไปในช่วงที่เกษตรกรส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวผลผลิตพอดี จึงได้มีโอกาสเก็บภาพมาฝากกัน

         ส่วนวิธีการปลูก ก็ใช้รถไถเดินทางตามทำร่องแล้วหยอดเมล็ดตามร่อง เป็นแนวยาว วนรถกลับมากลบเมล็ดอีกครั้งทำวนไปจนเสร็จซึ่งประหยัดเวลาและแรงงานได้ดี เกษตรกรหลายรายใส่ปุ๋ยอัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่โดยใช้ปุ๋ยที่เหลือจาการทำนาข้าวมาใส่จึงไม่สามารถสรุปสูตรได้ครับ จากนั้นรอเก็บเกี่ยวอย่างเดียว ปัญหาที่พบในปีนี้คือ ความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกช่วงถั่วออกดอก ทำให้ติดฝักน้อย เมล็ดลีบเป็นส่วนมาก (ไม่รู้จะช่วยยังไงเน๊าะ...ฝนไม่ตกนี่) แต่พอที่จะมีรายได้ เนื่องจากราคาขายปีนี้ขยับ ขึ้นมาจากปีที่แล้วกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัมโดยจำหน่ายได้ กิโลกรัมละ 20-25 บาทเลยครับพี่น้อง โห ราคาดีมากๆๆ แต่หันกลับมาดูต้นทุนถึงกับยิ้มไม่ออกเพราะ ค่าแรงงานที่ใช้เก็บเกี่ยวและปลิดฝัก ต้องเรียกว่า เว่อร์ครับ แรงงาน จ้างถอนถั่ว วันละ 180-200 บาทต่อวันต่อคน  ค่าปลิดฝักคิดเป็นปี๊ป ปี๊ปละ 15-25 บาท โหหหหหหห ค่าปลิดฝักเฉลี่ยกิโลกรัมเดียวต้องจ้างปลิดฝักกว่า 3 บาทเลยอ่ะครับ การเก็บเกี่ยวหากปลิดไม่ทันก็ใช้วิธีตัดใบ มัดเป็นกระจุกแขวนด้วยไม้ไผ่ สอดไว้ใต้ถุนบ้าน สวยงามและเป็นระเบียบน่าชื่นชมภูมิปัญญาชาวบ้าน เดินมาอีกหลังต้องงง กับแท่นไม้นึกว่า พี่แกทอผ้าไหม จ๊ากกกกกกกกก เครื่องฟาดถั่ว ซึ่งเกษตรกรรายนี้บอกว่าจ้างไม่ไหวจึงดัดแปลงกี่กระตุกมาฟาดถั่วลิสงแทนซึ่งก็ประหยัดเวลาแรงงานได้ดีเยี่ยมก็โอเคนะครับ(ภาพบนสุด) ส่วนอีกจังหวัดคือ กาฬสินธุ์เมืองน้ำดำ ที่น้ำใจผู้คนใสสะอาดจริงๆต้องยอมรับ เกษตรกรยิ้มแย้มแจ่มใส และมีฐานะพอสมควรมีรถไถ รถสิบล้อ ขนส่งสินค้าเกษตร อย่างอ้อย มันสำปะหลัง ทีทำครั้งละหลายร้อย ที่ผมพูดคือ อำเภอคำม่วง ซึ่งมีไร่อ้อยเป็นส่วนมาก เกษตรกรปลูกเหมือนกันเด๊ะกับเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด เก็บเกี่ยวเหมือนกันเด๊ะ ยังกะฝาแฝด มีแตกต่างกันคือ ต้นทุน ที่คำม่วงจ้างปลิดฝักถึงปี๊ปละ 35 บาท ฟังแล้วช็อค เพราะถือว่าสูงมากผลผลิตที่นี่ถือว่า ดีมากครับเฉลี่ย ไร่ละ 280 กิโลกรัมในฤดูฝนปัญหาก็คล้ายกับที่ร้อยเอ็ดคือแห้งแล้งถั่วเมล็ดลีบ ติดฝักไม่ดี ถั่วลิสงถูกมัดจุกแขวนเต็มใต้ถุนบ้านเช่นเดียวกับร้อยเอ็ด  มีการใช้ไม้ไผ่พาดฟาดถั่วเพราะต้นทุนแรงงานแพงเกิ๊นนน  นี่คงเป็นปัญหาที่รอเทวดาสมองใสคิดเครื่องปลิดฝักที่ใช้แล้วเวิร์ค มาให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสงที่ถามหากันแทบทุกราย ผมขอบนบาน "เทวาดา" ช่วยด้วย....อีกแรง






20 กันยายน 2553
จั่วไว้เพราะเป็นคำถามยอดฮิตในการตัดสินใจปลูกหรือทำธุรกิจที่มองเป็นเศรษฐศาสตร์มากที่สุดในกระบวนการผลิต เรื่องนี้อยากเขียนมานานมากแล้วครับ แต่รออัพเดทล่าสุดเรื่องเมล็ดพันธุ์ใน ฤดูปลูกแล้ง /2553 นี้จนแน่ใจว่านี่เป็นข้อมูลล่าสุดที่ผมเก็บมาจากเกษตรกร กว่า 500 รายในแถบภาคอีสานเกือบทุกจังหวัดครับ ซึ่งพอจะอ้างอิงในเชิงวิชาการได้ พอสรุปได้ดังนี้ครับ
      
ต้นทุนการผลิตถั่วลิสง พันธุ์ ไทนาน 9 ขนาด 1 ไร่ (ฤดูแล้ง)


ระยะปลูก 20 x 85 ซม. (ระหว่างต้น x ระหว่างแถว) ปลูก 2 แถว

1. ต้นทุนคงที่

1.1 ค่าเช่าที่ดิน 300

1.2 ค่าเสื่อมอุปกรณ์การเกษตร 150

รวม 450

2. ต้นทุนผันแปร

2.1 แรงงาน

2.1.1 เตรียมดิน 400 ไถพรวน + คราดย่อยดิน+ ยกร่อง

2.1.2 เตรียมพันธุ์และปลูก 350 กะเทาะเปลือก+ ปลูก 2 คน

2.1.3 ดูแลรักษา 500 กำจัดวัชพืช + ให้น้ำ

2.1.4 เก็บเกี่ยว 300 แรงงาน 2 คน

2.1.5 การจัดการหลังเก็บเกี่ยว 1000 ปลิดฝัก + ตากแห้ง 4 แดด

รวม 2,550 บาท

2.2 ค่าวัสดุ

2.2.1 เมล็ดพันธุ์ 750 ถั่วฝัก 40 กก.

2.2.2 ค่าปุ๋ย 750 สูตร 15-15-15(50 ก.ก.)หรือ 12-24-12(30ก.ก.)

2.2.3 ค่าสารเคมี 120 สารกำจัดแมลง โรคพืช สารกำจัดวัชพืช

2.2.4 ค่าอุปกรณ์การเกษตรและวัสดุอื่น ๆ 100

รวม 1,720

รวมต้นทุนการผลิต 4,720 บาท

ต้นทุน / กิโลกรัม 13.48 บาท

ผลผลิต (กก./ไร่) 300 กก. ราคา กก.ละ 25 บาท 7,500 บาท

กำไรสุทธิ / ไร่ 2,780

ต้นทุนคิดแบบละเอียดพอสมควร ส่วนผลผลิตที่ได้คิดเฉลี่ยจากเกษตรกรครับ ซึ่งถือว่าสูงมากนะครับ เพราะโดยเฉลี่ยไทยเราประมาณ 250 กิโลกรัม(เด่วมาอัพวิเคราะห์ต้นทุนให้นะครับ)
18 สิงหาคม 2553


สวัสดีกันอีกครั้งครับวันนี้ชีพจรลงเท้า...ท่องเที่ยวไปตามวิถีชีวิตที่ชีพจรลงเท้าผมบ่อย ซะ......เหลือเกิน เหตุเกิด ที่อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ผมเดินทางผ่านเห็นร้านค้าริมทางมีของหลายหลายชนิดแขวนกันอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่ ปลาไหล ปลา หน่อไม้ป่า แต่ผมต้องสะดุดตากับถุงถั่วลิสงต้ม(ภาพประกอบ) ถั่วลิสงต้ม ต้องบอกว่า ถุงใหญ่ มากๆๆๆ ผมเป็นประเภทเห็นถั่วลิสงไม่ได้ต้องจอด ถามได้ความว่า ถุงหูหิ้ว ขนาดเขื่อง บรรจุถั่วลิสงต้มอุ่นๆๆ ราคา 10 บาท ถูกเหลือเชื่อ เพราะถั่วลิสงต้มที่ผมเคยซื้อทาน สิบบาท คงได้ครึ่งหนึ่ง ของถุงหูหิ้วนี้แน่นอน ผมถามที่มาที่ไป....เป็นถั่วลิสงที่ปลูกเอง ซึ่งตรงพื้นที่ ดังกล่าวปลูกมากเกือบทุกหลังคาเรือน ในฤดูฝนเพราะพื้นที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดชัน ซึ่งพืชที่ผมมองเห็นได้คือ มันสำปะหลัง อ้อย และยางพารา นาข้าวมีไม่มากครับ ผมอาศัยคารมและหน้าตา(ที่ไม่ดี)555   ขอร้องให้พี่เขาพาไปดูแหล่งเพาะปลูกถั่วลิสง ซึ่งคนที่นั่น เรียกว่า "สวนถั่วลิสง"  ซึ่งห่างจากร้านค้าไปไม่ถึงกิโล ทางลูกรังซอยแคบๆๆพอที่รถผมเข้าได้เรียกว่า  ภาวนาอย่าให้มีรถสวนทางมาเลยดีกว่า ไปถึงผมต้องอึ้งกับการปลูกถั่วลิสงที่นี่ อธิบายนะครับ ถั่วลิสงที่ปลูกเป็นพันธุ์ไทนาน 9 การปลูกโดยใช้ไม้แทงหลุมห่างกัน ประมาณหนึ่งไม้บรรทัด (30 cm) หยอดสามเมล็ด ไม่ใส่ปุ๋ยไม่ใส่อะไรเลย อืมมมม....แต่ต้นถั่วลิสงสวยสมบูรณ์มากครับ เพราะเนื้อดินเป็นดินร่วนภูเขา และปลูกบนพื้นที่ที่เคยปลูกมันสำปะหลังบ้าง อ้อยบ้าง จึงพอมีปุ๋ยหลงเหลือให้ถั่วลิสง อากาศวันนี้เป็นใจกะผมมากๆๆ ทำให้ผมชื่นใจกับภาพต้นถั่วลิสงที่เขียวชูใบหรา รอเก็บเกี่ยว ผมสุ่มถอนขึ้นมาดู อายุถั่ว ราวๆ เกือบ สามเดือน เรียกว่าถอนต้มขายได้รสชาติที่ดีนะครับ แต่ผมถามพี่เจ้าของแปลงพบว่า ถั่วลิสงมุกดาหารปลูก ราวๆ เดือน ปลายๆ พฤษภาคม ซึ่งปีนี้ช่วงถั่วลิสงออกดอก ถั่วลิสงประสบปัญหาแล้งฝนทิ้งช่วง ทำให้ไม่ติดฝักเท่าที่ควร และตายบ้างบางส่วน กระทบต่อผลผลิตแน่นอน ถัดมาอีกแปลงใกล้ๆกัน ผมเห็นต้นมันสำปะหลังต้นหนึ่งกลางแปลงถั่วลิสง ตกใจว่าต้นมันสำปะหลัง มันมาเกิดกลางแปลงถั่วลิสงได้อย่างสมบูรณ์ขนาดที่ว่า น่าไถถั่วลิสงทิ้งปลูกมันสำปะหลังไปซะ เดินมาใกล้หน่อย ต๊กกกกกกกกกใจ มีป้าเกษตรกรนั่งปลิดฝักถั่วลิสง ใต้ต้นมันสำปะหลัง ซึ่งผมชอบภาพนี้มาก ได้อารมณ์ของความเป็นเกษตรกรตัวจริง แปลงนี้ผลผลิตดีมากครับ ต้นนึงติดฝักเกือบ สามสิบฝัก สำหรับถั่วลิสงฤดุฝนต้องขอบอกว่า "เยี่ยม" ซึ่งถั่วลิสงแปลงนี้แก่เต็มที่ครับ และสมบูรณ์มาก ผมทำนายว่าแปลงนี้ถั่วลิสงน่าจะมีผลผลิตไม่ต่ำกว่า 300 กิโลกรัมแห้งต่อไร่ คุ้มค่ากับการลุยฝ่าด่านเข้ามา อำเภอที่แต่ก่อนเรียกว่า "สหาย"  พื้นที่สีแดง แต่ปัจจุบันผมชอบบรรยากาศ และมิตรภาพที่ได้รับจากเกษตรกรและคนในพื้นที่ น่ารัก จริงใจ ต้องยกนิ้วให้จนต้องหาเวลากลับมาเยี่ยมเยียนที่นี่ให้ได้อีกครั้งให้จนได้.............ขอบคุณด้วยใจครับ

03 สิงหาคม 2553
     ห่างหายไปนานจนผมลืมไปว่าผมมีบล็อก ที่ต้องอัพเดท แบ่งปัน ให้เพื่อนๆ ผมดีใจที่มีคนให้ความสนใจและเมล์มาสอบถามมากมาย ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ณ โอกาสนี้นะครับ ผมพยายามตอบทุกคำถามที่ตอบได้นะครับ ใจจริงอยากเอาคำถามมาตอบในบล็อกเพื่อให้เพื่อน ๆ ท่านอื่นได้ทราบถึงปัญหา หรือ แนวทางแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน
     วันนี้ผมขอนำเสนอในเรื่อง ยิปซั่ม ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ ว่าสามารถเพิ่มผลผลิตให้ถั่วลิสงได้จริง ทั้งงานวิจัย ทดลอง ต่าง ๆ แต่มุมที่ผมอยากนำเสนอคือว่า ทำไม "ยิปซั่ม" จึงเพิ่มผลผลิตถั่วลิสงได้ มีบทความมากมายนะครับ ที่มีข้อมูลเชิงวิจัย ผมขอใช้สำนวนเป็นภาษาชาวบ้านเพื่อสื่อสารให้เข้าใจง่าย ๆ แล้วกันนะครับ  ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจ ถั่วลิสง ชอบกินอะไรก่อนนะครับ ถั่วลิสงเป็นพืช ที่มีความต้องการเหมือนพืชชนิดอื่น และเราต้องเข้าใจว่าการจัดการดิน การใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมกับความต้องการของถั่วลิสงก็เป็นการเพิ่มผลผลิตเช่นกัน
    การใช้ประโยชน์จากยิปซั่มต่อการเกษตร มีหลากหลาย เช่น การใช้เพื่อปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของดิน ใช้เพื่อลดระดับความเค็มของดิน ส่วนที่ใช้ในถั่วลิสงเป็นการให้ปุ๋ยเพื่อเพิ่มธาตุอาหาร โดยการโรยข้างแถวปลูกหรือหว่านในแปลงปลูกถั่วลิสง ก่อนถั่วลิสงออกดอก หรือหลังใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 หรือประมาณ 45 วันหลังปลูก ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะถั่วลิสงต้องการธาตุแคลเซียมในปริมาณมาก โดยเฉพาะการปลูกถั่วลิสงในดินทราย ซึ่งถั่วลิสงจะใช้ธาตุแคลเซียมเพื่อพัฒนาคุณภาพและความสมบูรณ์ฝักและเมล็ด พูดแบบชาวบ้านคือ ทำให้ได้ถั่วเมล็ดเต็ม ไม่ลีบนั่นเอง ซึ่งผมสำรวจราคา ณ วันนี้ที่วางขายตามร้านค้าปุ๋ยวัสดุการเกษตร มีสองสามยี่ห้อ แพงสุด 25 กิโลกรัม ราคาขายปลีก 160 บาท ถูกสุด ก็ 50 กิโลกรัม ราคา 250 บาท ซึ่งดูแล้วเกรดก็ใกล้เคียงกันครับ เอาเป็นว่า 1 ไร่เรามีค่า ยิปซั่ม ประมาณ 300 บาทแล้วกันครับ ถือว่าถูกมากๆๆๆๆๆๆๆ เมื่อเทียบกับต้นทุนอื่นๆ ดังนั้นผมจึงสรุปและเหมาเอาได้เลยว่า ปลูกถั่วลิสงครั้งคราใดอย่าลืมใส่ยิปซั่มด้วยนะครับ..................... “เพราะเราคู่กัน”
03 กรกฎาคม 2553
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่ประชาชน สองฝั่งลำน้ำก่ำในเขตสกลนครและนครพนม ทูลเกล้าขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร รวมทั้งอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯจึงทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่14, 18และ 23พฤศจิกายน2535 ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและทรงวางโครงการโดยพระองค์เอง ดังภาพร่างเค้าโครงพระราชทาน (แสดงในรูปนะครับ) เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณ 2 ฝั่งลำน้าก่ำ ลำน้ำก่ำเริ่มจากหนองหาน อำเภอเมือง สกลนครครับ ไหลลงแม่น้ำโขง ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนมครับ ซึ่ง   ทางกรมชลประทานได้ศึกษาและกำหนดลักษณะโครงการ เป็นการก่อสร้างประตุระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำและยกระดับน้ำให้สูงขึ้น จำนวน 7 แห่ง พร้อมทั้งก่อสร้าง ระบบส่งน้ำ รวมทั้งบึงขนาดใหญ่ จำนวน 15 แห่ง พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ ประมาณ 165,500 ไร่ ปัจจุบันแล้วเสร็จไปแล้ว 4 แห่งมีระบบชลประทาน เป็นแบบสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 39,000 ไร่ ร่ายรายละเอียดที่มาที่ไปคร่าวๆๆนะครับ คำถามนะครับ "แล้วมันเกี่ยว'ไรกะถั่วฟะ" เอ่อเกี่ยวซิครับ เกี่ยวมากด้วย ก็เพราะคนปลูกถั่วต้องอาศัยระบบชลประทานเหล่านี้ในการปลูกถั่วลิสงและทำการเกษตร ผมบอกได้เลย หากโครงการนี้แล้วเสร็จ แหล่งถั่วลิสงแห่งใหม่ก็คือพื้นที่รอบๆๆโครงการนี้ล่ะครับ เป็นหมื่นๆไร่ ซึ่งที่ผมนำเสนอเรื่องนี้ เพราะผมมีโอกาสเดินทางเยี่ยมชมโครงการ ที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง กับท่าน ดร.วิโรจน์ อิ่มพิทักษ์ กรรมการบริหาร ธกส. และคณะทำงานหลายฝ่าย ผอจ.สกลนคร ผอจ.นครพนม เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลายๆๆหน่วยงาน ร่วมกันลงพื้นที่ เพื่อวางนโยบาย และรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกร เพื่อรองรับชลประทานที่จะแล้วเสร็จ เพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งที่แรกที่ผมไปคือ โครงการแก้มลิงหนองบึงแดง อ.เมือง จ.สกลนครซึ่งกำลังอยู่ระหว่าง ใกล้แล้วเสร็จ นั่งโต๊ะกลมคุยกันโดยท่าน ดร.วิโรจน์ เป็นกันเองมากๆครับ หนองบึงแดง เป็นหนองขนาดใหญ่ครับ ซึ่งอยู่ในหมูบ้านบึงแดง ตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โครงสร้างเกือบเสร็จแล้วครับ ซึ่งได้นายกอบต.โคกก่อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกือบทั้งตำบลมาร่วมเสวนา ซึ่งสรุปคร่าว ๆได้ว่า ทาง ธกส. จะสนับสนุสินเชื่อ ร่วมกับดึงงบ อบต. มาช่วยสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งจะรับน้ำจากหนองบึงแดงอีกทอดหนึ่ง กักเก็บเป้นทอดๆๆ เพื่อขยายพื้นที่รอบๆให้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการอย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่วมทั้งให้สินเชื่อกับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ชลประทานดังกล่าว อีกทั้งยังส่งเสริม สนับสนุน หน่วยงานเอกชนที่มีศักภาพในการส่งเสริมพืชฤดูแล้ง มาช่วยอีกแรง นับว่าเป็นนโยบายที่สวยหรู น่าชื่นชม ชื่นใจ ออกจากหนองบึงแดง ผมไม่ได้ร่วมเดินทางไปอีกโครงการ แต่ผมมานั่งรอที่ประตูระบายน้ำน้ำก่ำตอนล่าง(ดังรูปภาพนะครับ) พอผมเข้าไป พื้นที่ ต้องบอกว่า สวยงามมากๆครับ วันนั้นแดดจัด บรรยากาศร้อนมากมาย แต่ได้วิว บรรยากาศประตูระบายน้ำมาตัดทำให้ผมแอบยิ้ม กับความสุขเล็กๆ รอแป๊ปเดียวครับ คณะท่าน ดร.วิโรจน์ก็เดินทางมาถึง ฟังบรรยายสรุปงานโครงการจากกรมชลประทาน สรุปเล่าถึงที่มาที่ไปโครงการ อนาคต เป้าหมาย การดำเนินงานต่างๆๆละเอียดยิบ ซึ่งมีภาพตอนนึงซึ่งเป็นภาพร่างเค้าโครงพระราชทานแสดงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ ขนลุกนะครับ เป็นภาพวาดจากฝีพระหัตจริงๆๆ ผมดูแล้วอึ้ง ต้องบอกว่าเราโชคดีมากๆๆที่เกิดมาเป็นคนไทย เกิดมาอยู่ใต้พระบารมีของพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนพืชฤดูแล้งที่ใช้ประโยชน์จากโครงการ มีมันฝรั่ง มะเขือเทศ แตงโม ข้าวโพด แต่ผมไม่ยักเห็นถั่วลิสง ผมจึงมีแนวคิดที่จะร่วมสนับสนุนส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการเพาะปลูกพืช เกือบๆๆ บ่าย สองครับ หิวมาก ไปทานข้าวกันที่ อำเภอธาตุพนม ร้านบ้านเพื่อนๆท่าน ดร.วิโรจน์ ครับ เมนูคงหนีไม่พ้นปลาน้ำโขง มาทุกรูปแบบครับ ต้มยำ ลาบ ทอด อิ่มอร่อยทั้งคณะ ฟังท่าน ดร.วิโรจน์และเพื่อนขับกล่อมสุนทราภรณ์ ยังกะนั่งในโรงแรม 5 ดาว หาใดเหมือน......(แซบบบบบบบบ) อิ่มจังตังค์อยู่ครบ!!!!!! ออกเดินทางต่อ ไป ที่ ภูพานน้อยอนุสรณ์สถานแห่งความสงบ ตั้งอยู่บนภูพานน้อย ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม บนถนนสายดงหลวง - นาแก ซึ่งตรงนี้เป็นสถานที่ที่มีการทำงานของชุมชนในตำบลพิมาน โฮมสเตย์ บ้านพัก จัดอบรมสัมมนา วันนั้นฝนตกปรอยๆ บรรยากาศดีมาก ซึ่งคณะท่าน ดร.วิโรจน์ ติดตามงานที่มาให้แผนงานในครั้งก่อนซึ่งก็มีการปฏิบัติตามแผนเป็นอย่างดี ทั้งการเพิ่มผลผลิตข้าว การรวมกลุ่มแม่บ้านต่าง ๆ การปลูกเงาะซึ่งอร่อย หวานๆๆๆไม่แพ้เงาะจันทบุรีเลยครับ ผมติดตามได้พักใหญ่ ต้องขอตัวกลับก่อนคณะท่าน เพราะผม แอบติดตามไปดู ระบบชลประทาน ในการเดินทางครั้งนี้ขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุกูล วัฒนสุข ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม.เกษตร สกลนคร ที่กริ๊งกร๊างให้ผมร่วมติดสอยห้อยตามไปด้วย สนุกได้เปิดหูเปิดตากับโครงการดีๆที่ไม่ค่อยนำมาพูดถึง "ปิดทองหลังพระ" สุภาษิตนี้ยังคงขลังเช่นเคยครับ

17 มิถุนายน 2553
จริง ๆ ผมควรลงเรื่องนี้ตั้งแต่ปลาย ๆ เดือนเมษายน นะครับ แต่มัวแต่ไปเที่ยวดูของคนอื่นก่อน จึงเพิ่งมาปลูกของตัวเอง ปีนี้ผมลงถั่วฤดูฝน ทั้งหมดเกือบ ๆ 20 ไร่ ซึ่งมีแปลงทดลองเล็ก ๆ อีกประมาณ 1 ไร่ เพื่อทดลองการใช้ปุ๋ย เพิ่มผลผลิตถั่วฤดูฝน เพราะผลผลิตฤดูฝนผม พันธุ์ ไทนาน 9 เฉลี่ยที่ปลูกมาแค่ สองร้อยฟ่าๆๆ เอง ถือว่าต่ำ พูดง่ายๆ ได้ D อ่ะครับ เรื่องที่ผ่านมาเป็นการปลูกที่สระบุรีก็แตกต่างกันสิ้นเชิงนะครับเพราะสภาพพื้นที่ด้วย วิธีการปลูกผมใช้แทรคเตอร์ลงผาล 7 วิ่งไปกลับทับรอยเดิม ก็จะได้ร่องสูงประมาณ 30 ซม. ระยะห่างระหว่างร่องประมาณ 1.30 เมตร ซึ่งผมปลูก 4 แถว ห่างกันประมาณ 20 ซม. ที่ทำอย่างนี้เพราะพื้นที่ผมมีปัญหาการระบายน้ำจึงต้องยกร่องสูงเล็กน้อยป้องกันปัญหาน้ำท่วมแปลง ส่วนพื้นที่ที่ดอนระบายน้ำดี ก็ไม่จำเป็นต้องยกร่องก็ได้ครับส่วนอีกภาพเป็นผาลที่ผมลองซื้อมาใช้ดูและทดลองปลูกแถวเดียวระยะห่างระหว่างแถว 55 ซม.ครับก็ผาลนี้โอเคครับร่องตรง และประหยัดเวลาหรือจะปลูกโดยวิธีการแบบเกษตรกร อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ก็โอเค ใช้ผาลที่ติดกับรถไถเดินตามโดยถอดผาลด้านหน้าออก ให้เหลือผาลเดียวแล้วไถพรวนเป็นแนว ใช้เมล็ดหยอดลงในร่อง แล้ววนรถไถกลับมากลบรอยเดิม ซึ่งประหยัดเวลาและค่าแรงงานดีมาก ดินที่ผมปลูกเนื้อดินส่วนมากเป็นดินทราย ผมจึงใช้ปุ๋ยรองพื้น สูตร 8-24-24 รองพื้น 10 กิโลกรัมต่อไร่ จากนั้นต้องพ่นยาคลุมหญ้าครับเพราะใช้แรงงานคงไม่ไหว ผมเลือกใช้ อะลาคลอร์ครับ ก่อนถั่วออกดอกหรือประมาณ 25 วันควรกำจัดวัชพืชอีกครั้งหากมีนะครับ ถ้าไม่มีก็หลังใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง สูตรเดิมอีกสัก 20 กิโลกรัม หลังถั่วออกดอก หรือหลังใส่ปุ่ยครั้งที่สองสักอาทิตย์ ให้โรยยิปซั่มข้างแถวปลูกเพื่อคุณภาพเมล็ดที่ดีอัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ แค่นี้ก็เสร็จพิธี รอเก็บเกี่ยวขายผลผลิตยิ้มชื่นบานฤทัย อ่อถั่วฤดูฝนจะไม่ค่อยยืดเวลาเก็บเกี่ยวลงบันทึกวันที่ปลูกไว้หน่อยก็ดีครับ
04 มิถุนายน 2553
ชื่อเรื่องยาวเพราะจะได้อธิบายเนื้อเรื่องชัดเจนยิ่งขึ้น วันที่ 2 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมาผมออกเดินทาง พร้อมทีมงาน ไปเยี่ยมชมเทคโนโลยีการปลูกถั่วลิสงที่ใช้เครื่องปลูกแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งผมคุ้มค่ากับการเดินทางทริปนี้พอสมควร เพราะมีอาจารย์ระดับ ดร.เป็นวิทยากรที่ถามไรตอบได้ทุกคำถาม เรียกว่า ไขกันหมดก๊อกได้เลยครับ ท่านแรกเป็นปรมาจารย์ด้านปุ๋ยและสารปรับปรุงดิน ท่าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปิยะ ดวงพัตรา อีกท่านนึงเป็นปรมาจารย์ด้านการปรับปรุงพันธุ์ ข้าวโพด เรียกว่า มือวางอันดับ 1 ครับ ท่าน ดร.ทวีศักดิ์ ภู่หลำ ซึ่ง ดร.ทวีศักดิ์ เป็นเจ้าภาพพาไปชมแปลงปลูก ทั้งข้าวโพดและถั่วลิสง แต่ผมขออนุญาตพูดเฉพาะเรื่องถั่วลิสงครับ ถั่วลิสงใน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นการปลูกบนพื้นที่ที่เรียกว่านิคมที่มีการจัดสรรพื้นที่เป็นบล็อก สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นดินหินโผล่ ซึ่งดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง พื้นที่ไม่สม่ำเสมอ การเตรียมดินถือว่า เกษตรกรเองเตรียมดินได้ดีมากครับ เพราะถ้าให้คนแถวบ้านผมไปทำคงจะไม่กล้าทำเพราะปนหินหลายขนาดมากๆ ทำยาก แต่สำหรับคนพระพุทธบาท...ชิว ชิว..ส่วนมากการปลูกเป็นการปลูกโดยไม่ยกร่อง ใช้เครื่องหยอดเมล็ดซึ่งผมยังไม่เห็นตัวเครื่อง เนื่องจากเกษตรกรยืมเพื่อนๆมาปลูก ถ้าซื้อราคาเครื่องประมาณ 25,000 บาท ใช้ติดรถแทรคเตอร์วิ่งหยอดเป็นแถวได้อย่างสบาย  ระยะห่างระหว่างแถว 25 เซนติเมตร เครื่องจะโรยเป็นแถว ซึ่งจริงๆ สามารถตั้งระยะได้โดยเปลี่ยนจานหยอดได้ทุกระยะ เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงก็เหมือนๆกับเครื่องหยอดเมล็ดข้าวโพดนั่นเอง ที่พระพุทธบาทหรือแถบสระบุรี จะปลูกข้าวโพดกันเต็มพื้นที่ สุดลูกหูลูกตา มีถั่วลิสงบ้างนานๆที ซึ่งผมตื่นตาตื่นใจพอสมควรกับการเกษตรที่สระบุรี ที่พัฒนาไปไกลกว่าพื้นที่ทางอีสาน เรียกว่า ผมต้องเรียนรู้การปลูกถั่วลิสงกันใหม่เลยที่เดียว แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งเทคโนโลยีการปลูก ทั้งการตลาด ซึ่งเครื่องหยอดเมล็ดประหยัดเวลาและแรงงานได้หลายเท่าตัว เพราะพื้นที่ที่ผมไปดูประมาณ 5 ไร่ใช้แรงงาน 2 คนใช้เวลาปลูกแค่ 3 ชั่วโมง...อึ้งเลยครับเพราะที่อิสาน 5 ไร่ ถ้าใช้แรงงาน 2 คนปลูกเท่ากัน ต้องใช้เวลาถึง 7 วันเลยที่เดียว (โห..ขนาดนั้นเลย)  ต้องขอขอบคุณท่านดร.ปิยะ และ ดร.ทวีศักดิ์เป็นอย่างสูงครับที่ให้เกียรติและให้ความรู้กับผมและทีมงาน ส่วนอีกท่านคือ อาจารย์เจษฎา มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ผู้แนะนำสถานที่และร่วมเดินทางไปด้วยกัน ก่อนกลับผมแวะไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีน้ำน้อยมากๆ ครับ แต่บรรยากาศยังเป็นที่พึ่งยามเหนื่อยๆได้ดี แวะทานอาหารปลา ปู กุ้ง ร้านอาหารแถบๆเขื่อนซึ่งทริป นี้ต้องบอกว่า "สุโค่ยยยยยยย" ครับ....!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
28 พฤษภาคม 2553
ไหนๆก็แดงทั้งแผ่นดินไปแล้ว แดงใต้ดินมั่งเป็นไร ที่พูดนี่ไม่ใช่ นปช.นะครับ ผมหมายถึง ถั่วลิสงพันธุ์ "กาฬสินธุ์ 1" ที่แดงไม่แพ้ สข. 38 ที่ผมเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ ลักษณะประจำพันธุ์นี้คือ มี 2-4 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดแดง....แจ่มมาก  เส้นลายบนฝักค่อนข้างเรียบ จึงได้ชื่อแบบชาวบ้านๆ ว่า "ไอ้โล้นแดง" ฝักตรง รสชาติหวานเหมาะสำหรับทำถั่วลิสงต้ม อายุเก็บเกี่ยว ฝักสด 80-85 วัน ฝักแห้ง 90-100 วัน ซึ่งสั้นกว่า สข.38 ประมาณ 10 วัน เท่าที่ผมปลูกทดลองกาฬสินธุ์ 1 อ่อนแอต่อโรคโคนเน่าพอสมควร ก่อนปลูกจึงควรคลุกเมล็ดด้วยสารเคมี(แคปแทน) จะช่วยลดอัตราการตายด้วยโรคดังกล่าวได้ เมื่อเทียบกับ สข.38 ลักษณะภายนอกจะมองออกทันทีเพราะ สข.38 เส้นลายบนฝักและจงอยฝักจะชัดเจน ส่วนกาฬสินธุ์ 1 จำไว้ว่า โล้นแดง เท่านี้เราก็พอที่จะแยก 2 พันธุ์นี้ได้แล้วซึ่ง เรื่องพันธุ์ถั่วลิสง จริงๆ ถ้าหาใน อาจารย์ กู (เกิ้ล) จะเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยละเอียดและเป็นเชิงวิชาการ ซึ่งผมเองก็จะพยายามตามหาแต่ละพันธุ์ที่พอจะหาได้ มาทดลองปลูกแล้ว "แชร์" ข้อมูลที่บล็อกนี้นะครับ เรื่องพันธุ์ยังมีอีกเยอะครับ เด่วจะมาอัพเดทให้ครับ
27 พฤษภาคม 2553
หายหน้าไปนานมากๆครับ เพิ่งมีโอกาสมาอัพบล็อก ซึ่งเรื่องราววันนี้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องจักรที่สามารถช่วยเกษตรกรประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนการผลิต(แรงงาน) ได้อย่างมาก อีกทั้งยังเป็นเครื่องที่ผมไป  แอบๆ  ถ่ายภาพมาฝากกัน เครื่องนี้ชื่อ (แอ่น แอน แอ๊น.........)  "เครื่องปลิดฝักถั่วลิสงต้นแห้ง" ซึ่งผมเป็นคนตั้งชื่อเองครับ เครื่องนี้นำเข้าจากประเทศจีนเลยนะครับ บางคนอาจสงสัยว่า ชื่อเครื่องทำไมต้องต่อท้ายด้วย "ถั่วลิสงต้นแห้ง" ก็เพราะเครื่องนี้ใช้ได้ดีกับ ต้นถั่วที่แห้งแล้วเท่านั้น กล่าวคือเมื่อเก็บเกี่ยวถั่วแล้วต้องรอหรือตากถั่วลิสงทั้งต้น ให้แห้ง(กรอบ)ก่อนนำมาใช้เครื่องปลิดฝักตัวนี้ ซึ่งจริงๆบ้านเราต้องการปลิดทันทีหลังเก็บเกี่ยวหรือปลิดสดนั่นเอง  ราคาผมไม่รู้เพราะไม่ใช่คนซื้อมา รู้แต่ว่า ประสิทธิภาพเครื่องนี้ต้องใช้คำว่า "เวิร์ค" มาก ซึ่งผมเองได้มีโอกาสนั่งดูการทดสอบเครื่อง มีขั้นตอนไม่ยุ่งยากครับ ผมขออธิบายเกี่ยวกับตัวเครื่องและหลักการทำงานของเครื่องนิดนึงนะครับ เครื่องใช้มอเตอร์ ขนาด 5 แรง ไฟสามเฟส นะครับเป็นตัวขับเคลื่อน โดยใช้สายพาน ข้างในไม่มีไรเลยครับเป็นเหล็กเส้นที่ทำเป็นวงกลม โดยมีซี่คล้ายตะขอเกี่ยวต้นถั่วให้หมุนตามวงล้อ แล้วอาศัยแรงเหวี่ยงให้ฝักหลุดจากต้นถั่ว ผ่านตระแกรงร่อนแยกดิน และขั้วออกจากกันได้ด้วยครับ ซึ่งจริงๆไทยเรามีเครื่องปลิดฝักมานานแล้วนะครับ ซึ่งมีการทดลองทดสอบออกแบบจากหลากหลายสถาบัน ผมเคยเห็นมา 2-3 เครื่องครับ แต่ถือว่า เครื่องจากจีนเครื่องนี้ชนะใสๆ ครับพอดียูทูบมีเครื่องที่น่าจะเหมาะกับเราคือปลิดถั่วสดและน่าจะ "เวิร์ค"ผมขอเอาลิ้งค์มาฝากแล้วกันนะครับ เครื่องปลิดฝักถั่วลิสงฝักสดจากจีน(คลิกครับ) เหอะๆ ไม่ได้ว่า ไทยเราสู้เค้าไม่ได้นะครับ แต่ไทยเรายังไม่สนับสนุนงบการทดลองวิจัยเครื่องจักร เกี่ยวกับถั่วลิสงมากเท่าไหร่นั่นเอง จึงทำให้ไทยเรายังล้าหลังเรื่องเครื่องจักรที่เกี่ยวกับถั่วลิสง ผมเองเป็นคนนึงที่ทำถั่วและพยายามที่จะหาเครื่องจักรมาใช้เพื่อทดแทนแรงงานที่เป็นต้นทุนหลักๆในการผลิตถั่วลิสง แต่ก็หายากมาก หลายๆแห่งทำแล้ว ใช้แล้ว ก็หายไป เพราะเมื่อนำไปใช้แล้ว "ไม่เวิร์ค" นั่นเอง และราคาที่สูงจนทำให้เกษตรไม่สามารถซื้อมาใช้ได้ นี่คือปัญหาที่ไทยเราเองต้องแก้ไข   ถั่วลิสงเองก็ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ ของประเทศเท่าไหร่ รัฐบาลทุกรัฐบาลจึงมองข้าม หรือเพราะถั่วลิสงเรามันอยู่ใต้ดิน จึงไม่มีใครมองเห็นความสำคัญอย่างนั้นหรือครับ "จ้าว....นาย................"
13 พฤษภาคม 2553
สงสัยกันใหญ่ว่า ยาไรหว่า แก้ปวดหลัง สงสัยกันใหญ่ ไอ้แจ๊บเป็นใครหว่า  แต่สำหรับคนที่ปลูกข้าวโพดแถว ๆ โคราชรู้จักกันดี "แจ๊บ" เป็นเครื่องมือที่ช่วยหยอดเมล็ด โดยใช้กลไกไม่มีเครื่องจักรมาเกี่ยวข้อง แต่ต้องอาศัยแรงกดเล็กน้อย จึงเรียกได้ว่าเป็นเครื่องทุ่นแรง ที่ช่วยให้เกษตรกรที่ปลูกถั่วลิสงสบายขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น ประหยัดค่าแรงงาน ช่วยลดต้นทุนการผลิต แจ๊บ  ลักษณะเป็นกรวยสี่เหลี่ยม ปากแหลม ช่วยหยอดเมล็ดลงไปในดินโดยไม่ต้องแทงหลุมก่อน  เพราะ "แจ็บ" ทำแบบ 2 อิน 1 ครั้งเดียวจบ โดยไม่ต้องก้มลงไปปลูกเหมือนแต่ก่อน จนหลายๆคน บ่น ว่าปลูกถั่วแล้วปวดหลัง  แถมยังสามารถวัดระยะปลูกให้เราได้โดยอัติโนมัติ แจ็บที่เห็นในภาพประกอบ คือแจ็บ ถั่วลิสง ตัวแรก ในโลก คือ วัดระยะปลูกที่ 20 เซ็นติเมตร ได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.จวงจันทร์ ดวงพัตรา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถั่วลิสงของไทย ท่านอาจารย์ทำมาให้เป็นตัวอย่าง ไว้สำหรับทดลองปลูก......ฟรีครับ(ผมช๊อบ) แต่ต้นทุนแจ็บตัวนึงประมาณ 500-700 บาทครับ โดยมากแจ็บปลูกข้าวโพด วัดระยะที่ 25 เซ็นติเมตร ซึ่งก็ใช้ได้กับถั่วฤดูฝนครับ แต่ 20 เซ็นติเมตรเหมาะกับถั่วฤดูแล้งครับ ส่วนที่มาที่เรียกว่า แจ็บ  เข้าใจว่าทับศัพท์ภาษาอังกฤษครับ JAB - แจ็บ แปลว่ากระทุ้งครับ เพราะเวลาใช้ต้องใช้แรงกด หรือกระทุ้งลงดิน ผมขอเพิ่มเติมอีกหน่อยครับ ว่า แจ็บ ยังเป็นเสียงดังที่เมื่อเวลากระทุ้งลงดิน เสียงดัง "แช็บ ๆ " "แจ็บ ๆ " (ห้าๆๆๆ)
ซึ่งมันก็จริงอ่ะครับ ซึ่งผมทดลองใช้แล้วครับ ใช้ได้ผลดี สามารถประหยัดเวลาปลูกและแรงงานมากกว่า 30   % เลยทีเดียวครับ นับว่า แจ็บ ช่วยเกษตรกรได้มากที่เดียวเหมาะกับยุคที่ประเทศไทยอยู่ในช่วง ขาขึ้น (น้ำมัน...ก็ขึ้น...ปุ๋ยเคมี...ก็ขึ้น...อาหารตามสั่งก็ขึ้น...แม้แต่ธูปเทียนบูชาพระยังขึ้น ..มีไม่ขึ้นก็หุ้นอ่ะครับ....บ่นๆๆๆๆๆๆๆๆ) ประหยัดกันได้ก็ประหยัดครับ แจ็บ นี่ล่ะครับ ยาขนานเอก "แก้ปวดหลังของคนปลูกถั่ว"